ลงทะเบียนกับ PayPal และรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิตได้ทันที

วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2554

มื้ออาหารสุขภาพกับอาหารญี่ปุ่น

มื้ออาหารสุขภาพ กับ อาหารสไตส์ญี่ปุ่น แท้ ๆ 

ยามเย็นของวันที่ไม่น่าเบื่อจนเกินไป หลังจากเสร็จภาระกิจต่าง ๆ แล้ว ได้เวลาออกไปเดินเล่นสบาย ๆ ที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง แถวรามอินทรา กม. 10 ห้างอะไรใครรู้แล้วบอกดัง ๆ ... (เฉลย...ก็ได้ค่ะ ห้างแฟชั่นไอส์แลนด์ ไงค่ะ) เมื่อประมาณกว่า 10 ปีที่แล้ว ห้างนี้คนน้อยมากเลยค่ะ แต่ปัจจุบัน เยอะทุกวันค่ะ 

ในศูนย์การค้าแห่งนี้ ก็มีร้านอาหารมาก ๆ ให้เลือกสรร เลือกกิน กันอย่างมากมาย วันนี้ อยากทานอาหารสุขภาพเสียหน่อย เมื่อคิดถึงอาหารสุขภาพ ก็ทำให้นึกถึง พวกผัก พวกอาหารจานสลัด คิดไปคิดมาก ก็สรุปกันที่ อาหารญี่ปุ่น.....

ใครรู้บ้างค่ะ ทำไหมอาหารญีปุ่น จึงได้ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ คิดไปคิดมาก ก็ทำให้คิดได้ว่า เคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับแพทย์ทางเลือก หรือ โภชนาการบำบัด หรืออาหารจากธรรมชาติ ผู้เขียนส่วนใหญ่มักจะแนะนำ เมนูอาหาร หรือชนิดของวัตถุดิบ ที่มีส่วนประกอบของเต้าหู้ ซอสญี่ปุ่น หรือเมนูอาหารญี่ปุ่น หลายหลายเมนู และด้วยวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่นเองก็มีการปลูกผัก รับประทานผัก ผลไม้สด ปลาดิบ หรือกระทั่งที่เราเห็นในทีวี ก็มีการนำเสนออาหารญี่ปุ่นที่ปรุงง่าย ๆ ไม่ค่อยมีการแปรรูปวัตถุดิบหรือปรุงแต่งอาหารมากนัก อย่างมากก็แค่เติมโชยุ เข้าไป ก็ทำให้ได้อาหารง่าย ๆ รสชาดเป็นธรรมชาติ ดีต่อสุขภาพ (ที่กล่าวมาทั้งหมด มิได้รับจ้าง หรือได้เงินจากร้านอาหารญี่ปุ่นนะค่ะ เพียงแต่อยากมาเล่าให้ฟังเฉย ๆ ...)

เมื่อคิดประมวลด้วยสมองอันน้อยนิดแล้ว ก็สอดส่ายสายตา มองหาร้านอาหารญี่ปุ่นที่ดั่งเดิมหน่อย ไม่เอาแนวที่ดัง ๆ หลาย ๆ สาขา (กลัว...ไม่อร่อย)

ก็ไปพบร้านอาหารญี่ปุ่นลักษณะที่เหมาะกับครอบครัว การจัดโต๊ะ การทำเซตอาหาร ดูเหมาะกับครอบครัวมาก ๆ แต่เรามาเพียงคนเดียว จะกินยังไงดีนะ เอาเป็นว่า วันนี้มาลองกิน ลองชิมรสชาด หน่อยแล้วกัน

เมนูแรก ของเลือกเป็น สลัดกุ้งมิโซะ 



 เป็นไงค่ะ รูปร่างหน้าตาสลัดกุ้งมิโซะ ที่ลงสองภาพ เพราะ ภาพแรก เขาแยกซอสมาให้ราดเอง
ภาพสอง เขาให้ผ้าเช็ดมือที่อุ่นร้อน ๆ มาให้ด้วย เมื่อเขามานั่งทานอาหาร เสริมด้วยผ้าให้เช็ดมือก่อนรับประทานอาหาร ดูดี มีมารยาท รักสุขภาพมาก ๆ ค่ะ

ต่อมาเมนูที่สอง เป็น เซตข้าวหน้าหมูย่างจากเตาถ่านร้อน ๆ กับสมุนไพร รากบัว กระเจี๊ยบ ต้นหอม
อร่อยมากค่ะ รสชาด ดี มาก ๆ หมูก็หอม ชวนชิมเชียวค่ะ

 ภาพนี้เป็นเซตอาหารข้าวหน้าหมูย่าง มีผักต้ม แครอท มันฝรั่ง รากบัว ผักดอง และซุปเต้าหู้ อร่อย อิ่มมาก ๆ
 ภาพนี้เป็นรวมเซตที่กิน คนเดียว แค่นี้ ก็อิ่มจนเต็มท้องค่ะ แต่ยังค่ะ ยังไม่พอ ขอต่อด้วยของหวานสไตส์ญี่ปุ่นค่ะ

เมนูไอศครีม ชาเขียวในน้ำเต้าหู และไอศครีม น้ำเต้าหู้กับวุ้น... (แหะ ๆ จำชื่อวุ้นเขาไม่ได้แล้วค่ะ)

เป็นไงค่ะ มีน้ำเชื่อมมาให้ราดด้วย ลองชิมแล้ว อร่อยดี ดูสุขภาพดี มาก ๆ มีวุ้นว่านหางจระเข้ด้วยค่ะ ไอศครีมน้ำเต้าหู้ก็อร่อยมาก มีลูกพีชด้วยรสชาดกลมกล่อมดี ส่วนไอศครีมชาเขียวในน้ำเต้าหู้ ก็เข้ากัน เข้ากัน อร่อย .... ด้วย ครบเครื่อง เรื่องสุขภาพค่ะ......
 อันนี้ เป็นไอศครีมชาเขียวในน้ำเต้าหู้ มีวุ้นสีเขียว เหมือนขนมไทยบ้านเรา ประมาณเปียกปูน ที่กลม ๆ สีขาว เป็นโมจิแท้ค่ะ ทำจากข้าว หอมดี และมีถัวแดงกวน ไม่หวานมาก ด้านล่างเป็นน้ำเต้าหู้ ก็หอมดีค่ะ

อันนี้ เป็นไอศครีมเต้าหู้ในวุ้น.... (จำชื่อไม่ได้) มีวุ้นสีดำ เหมือนเฉาก๋วยบ้านเรา มีวุ้นว่านหางจระเข้ มีลูกพีช และถั่วแดงกวน ค่ะ
ระหว่างสองถ้วยนี้ กินกันไม่ลงค่ะ ชอบทั้งคู่เลย......

อิ่มอร่อย พร้อมกับสุขภาพ ได้ที่ร้าน.... (ไม่บอก ไปหาเองที่แฟชั่นนะค่ะ 5555 )

??????? <""""()"""""> แล้วจะเล่าทำไหมเนี่ย...

วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2554

ภูมิปัญญาชาวบ้าน


ภูมิปัญญา ชาวบ้าน

1. การกำจัดแมลงสาบ** 
ในบ้านที่มักจะอยู่ตามครัว ตู้ โต๊ะ หรือตามซอกตามมุมต่างๆ**
* เขาบอกว่าวิธีที่ได้ผลและง่ายแสนง่าย แต่คนมักไม่ทราบหรือคิดไม่ถึง นั่นก็คือใช้ " พริกไทยเม็ด " ไปวางตามจุดต่างๆ ที่แมลงสาบชอบออกมาไต่ยั้วเยี้ย หรือแอบมากินเศษอาหาร โดยวางไว้ที่ละ 4-5 เม็ดก็พอ แค่นี้ แมลงสาบได้กลิ่นก็ไม่มารบกวนแล้ว เพราะมันไม่ถูกกับกลิ่นพริกไทยเม็ด ไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลงให้เสียเงิน หรือเป็นอันตรายต่อคนในบ้าน พอกลิ่นหมด ก็คอยเปลี่ยนใหม่ ข้อสำคัญ ระวังเด็กเล็กในบ้านอย่าคลานไปกินเข้า จะร้องไห้จ้าเพราะความเผ็ด

2. ** กำจัดยุงและแมลงตัวเล็กๆ** 
ไม่ให้มารบกวนตอนอ่านหนังสือหรือทำงานตอนกลางคืน** * เขาให้ใช้ "การบูร " มาห่อผ้าขาว หรือไปซื้ออย่างที่เขาห่อสำเร็จมาแล้วก็ได้ จากนั้นนำมาแขวนไว้ใกล้ๆกับหลอดไฟ หรือโคมไฟ เพื่อความร้อนจากหลอด หรือโคมจะทำให้กลิ่นการบูรค่อยๆ ระเหิดออกมาอย่างรวยริน ยิ่งกลิ่นออกมามากเท่าใด ยุงและแมลงก็จะบินหนี เพราะมันไม่ชอบกลิ่นการบูร แค่นี้ก็ไม่ต้องจุดยากันยุงหรือทายากันยุงให้เหนอะหนะเหนียวตัว

3. ** ขับไล่หนูชุกชุม** 
โดยไม่ต้องฆ่าให้บาปกรรม ด้วยการนำ น้ำมันระกำ **10 ** ส่วน* * * ผสมกับน้ำมันสะระแหน่อีก 90 ส่วนให้เข้ากัน แล้วเอาไปทาตามทางเดินของหนู หรือที่ๆ หนูชอบมา มันจะไม่มาอีกเลย เมื่อได้กลิ่นน้ำมันทั้งสองอย่างนี้ แต่ทางที่ดีควรจะเก็บเศษอาหารให้หมด และทำบ้านเรือนให้สะอาด อย่ารกรุงรังเป็นดีที่สุด







4. ** วิธีต้มไข่ให้ปอกเปลือกง่าย** 
การต้มไข่นั้น ดูเป็นเรื่องไม่ยาก แต่เชื่อไหมว่า หากจะต้มไข่ให้ปอกเปลือกง่ายๆ หลายคนกลับทำไม่ได้
แถมปอกแล้วเนื้อไข่ติดเปลือกทำให้ไม่สวยงามอีก ดังนั้น
วิธีง่ายๆที่จะต้มไข่ให้ปอกเปลือกได้ง่าย เขามีเทคนิคพิเศษด้วยการ ต้มไข่แบบธรรมดานี่แหละ แต่ให้เอา " เกลือ " ใส่เข้าไปพอสมควร ให้น้ำที่ต้มมีความเค็มเล็กน้อย กะว่าไข่สุกดีแล้ว ก็ให้เอาไข่นั้นแช่ในน้ำเย็นธรรมดา พอไข่ต้มเย็นลงพอควร ก็จับปอกเปลือกได้ จะรู้สึกเลยว่าเปลือกไข่แกะออกง่าย และล่อนดีไม่ติดเหมือนปกติ ทำให้ปอกไข่ต้มออกมาได้อย่างสวยงาม น่ากิน

5. ** ต้มถั่วดำถั่วแดงให้สุกเร็ว** 
การต้มถั่วดูเหมือนจะง่ายคล้ายๆกับต้มไข่ แต่จริงๆแล้ว ใครที่เคยต้มทั้งถั่วดำ ถั่วแดง จะรู้ดีว่ากว่าจะต้มสุกได้ต้องใช้เวลานานมาก จนหลายคนเอือม ไม่คิดอยากกินถั่วอีกเลย หรือไม่ก็ไปซ ื้อเขาสบายกว่า บางคนก็ใช้วิธีแช่น้ำคืนหนึ่งก่อนนำมาต้ม แต่เขาบอกว่าวิธีที่เร็วและสะดวกกว่าคือ
ก่อนนำถั่วไปต้ม ให้เอาไป " คั่ว " ในกะทะให้สุกเสียก่อน เป็นการทำให้สุกครั้งแรกที่ใช้เวลาไม่นาน จากนั้นจึงเอาหม้อใส่น้ำ แล้วใส่ถั่วลงไป โดยกะน้ำให้พอดีกับถั่วที่จะต้ม แล้วตั้งไฟต้ม คราวนี้แหละถั่วที่ต้ม ก็จะสุกเร็วขึ้น เมื่อถั่วสุกก็ใส่น้ำตาลลงไป กะให้หวานพอเหมาะหรือตามแต่ชอบ

6. ** วิธีเก็บขนมปังให้นานวันขึ้น** 
โดยมิให้เสีย หรือหมดอายุเร็วเขาบอกว่าไม่ใช่เรื่องยาก ขนมปังที่ซื้อมาแล้ว และเรากินไม่หมดก็ให้ห่อเก็บในพลาสติก เหมือนเดิมนั่นแหละเพียงแต่ให้เอาผ้าขาวสะอาดๆมาห่อหุ้มเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง
จากนั้นให้ผูกด้วยเชือกหรือใช้ยางรัดให้แน่น แล้วไปเก็บไว้ในตู้เย็นตามปกติธรรมดา
ไม่ต้องไปเข้าช่องแข็ง ทำแบบนี้ขนมปังที่ว่าก็จะมีอายุนานขึ้นโดยไม่เสื่อมสภาพ เมื่อเอาไปย่าง ปิ้ง ทาเนยแยม ก็ยังจะอร่อย และคงความนุ่มไว้เหมือนเดิม

7. ** วิธีหาเสี้ยน หรือหนามที่ตำ ให้เห็นง่ายๆ** 
เมื่อเราถูกเสี้ยนหรือหนามตำไม่ว่าที่ไหนก็ตาม บางทีเสี้ยนมีขนาดเล็กและกลมกลืนไปกับสีผิว
ทำให้มองไม่เห็นแต่หากไม่เอาออกก็จะระคายเคือง เจ็บปวดไม่หาย เขาบอกว่าวิธีการหาง่ายๆ คือให้ใช้ " ทิงเจอร์ไอโอดีน " แตะบริเวณที่ถูกเสี้ยนหรือหนามตำ สีของทิงเจอร์ฯ จะทำให้เห็นรอยเสี้ยนที่หักคาอยู่อย่างเด่นชัด ทำให้เราจัดการเอาออกได้โดยง่าย อีกทั้งทิงเจอร์ฯ ยังช่วยรักษาแผลสดได้ดีอีกด้วย

8. * วิธีบำรุงสายตาด้วยสมุนไพรราคาถูก** 
นั่นคือ " ผักบุ้ง " ที่เราส่วนใหญ่รู้ๆ กันอยู่แล้วนี่เอง นอกจากจะกินผักบุ้งเพื่อให้ได้วิตามินเอ
ที่มีมากมายในตัวผักมาบำรุงสายต ?? แล้ว คนไม่น้อยคงไม่รู้ว่า เราสามารถเอาผักบุ้งไทยมาล้างให้สะอาด แล้วปั่นให้ละเอียดจากนั้น เอาผ้าขาวบางไปต้มฆ่าเชื้อเสียก่อน แล้วผึ่งให้หมาด นำมาปิดไว้ที่หน้าแล้วให้ผักบุ้งไทยปั่นที่ว่ามาโปะบนผ้าขาวบาง บริเวณดวงตาทั้งสองข้าง   ปล่อยไว้นานพอควรจนรู้สึกว่า มีน้ำจากผักซึมเข้ามาที่ดวงตาที่หลับอยู่ ก็เอาออก แล้วหลับตาล้างเปลือกตาให้สะอาด เขาว่าให้ทำเช่นนี้สัปดาห์ละครั้ง จะช่วยสุขภาพของดวงตาให้ดีขึ้น ทำให้สายตาแจ่มใสอยู่เสมอ

9. ** วิธีแก้กลิ่นเต่าแรง** 
นอกเหนือไปจาก " สารส้ม " ที่เขาแนะให้นำมาถูรักแร้ตอนอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ แล้ว ก็ยังมีอีกสูตรในการแก้กลิ่นเต่าแรงคือ " ใบตำลึง " กับ " ปูนแดง " โดยให้ตำใบตำลึงให้เละที่สุด แล้วนำมาผสมกับปูนแดงสักก้อนเล็กๆ ผสมให้ทั่วกันดีแล้ว ก็นำมาทาที่รักแร้เพียงบางๆ แล้วปล่อยให้แห้งไปเอง ควรทำตอนอาบน้ำก่อนไปทำงานตอนเช้า จะได้ทำงานได้ตลอดวัน โดยไม่มีกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ ออกมารบกวนใครต่อใคร บางคนอาจคิดว่ายุ่งยาก ลำบาก หาซื้อพวกโรลออนทาง่ายกว่า แต่แนะไว้เผื่อวิธีอื่นไม่ได้ผล ก็ลองดูวิธีนี้ดูบ้าง

10. ** ว่ายน้ำแล้วเป็นตะคริว**
มิให้เกิดเป็นตะคริวขึ้นมา** *ตะคริว หมายถึง อาการที่กล้ามเนื้อระตุกเกร็ง ชาไปหมด ความรู้สึกเสียไปถ้าเป็นบนบก ปล่อยให้อยู่นิ่งๆ ก็จะหายไปเอง แต่ ถ้าอยู่ในน้ำหรือกำลังว่ายน้ำอยู่จะอันตรายมาก
เพราะทำให้จมน้ำตายได้ วิธีแก้ไขหรือป้องกันมิให้เกิดเป็นตะคริวขณะว่ายน้ำ หรือเล่นน้ำอยู่นั้น
เขาให้ดื่มน้ำเกลือ เสียก่อนลงไปว่าย เกลือที่ใช้ก็คือ เกลือแกงในครัวนั่นแหละโดยเอาไปละลายน้ำให้มีรสเค็มพอประมาณ ดื่มเสียให้เรียบร้อยก่อนลงไปดำผุดดำว่ายในน้ำ ทีนี้รับรองไม่เป็นตะคริวแน่นอน

11. ** เป็นบิด** 
และไม่มียาแผนปัจจุบัน โรคบิดเป็นโรคทางเดินทางอาหาร เวลาถ่ายจะปวดมวนท้องไส้มาก
โรคนี้ส่วนใหญ่ต้องแก้ด้วยยาแผนปัจจุบัน แต่หากไม่มี ก็ให้เอากระชายาสัก 5 ราก   เผาไฟบดให้ละเอียดผสมน้ำ แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง ดื่มน้ำนี้สักอึกสองอึก เว้นอีกสักชั่วโมงก็ดื่มอีก ไม่นานก็จะหาย

12. ** ลดอาการไข้ ตัวร้อน** 
ตามปกติเราก็กินยาแก้ปวดหัวตัวร้อน อย่างพาราเซตามอล แต่หากไม่มี แล้วเกิดอาการปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ขึ้นมา เขาบอกว่าให้ดื่มน้ำมะพร้าวสัก 1 แก้ว แล้วนอนพักผ่อน อาการไข้ก็จะทุเลาลง แล้ว ให้ดื่มแทนน้ำไปเรื่อยๆ ไม่นานอาการที่ว่าก็จะหายเป็นปกติ

13. ** มีแผลในปากที่ทำให้เจ็บแสบ** 
น่ารำคาญ เขาบอกวิธีง่ายๆ ที่จะแก้ คือ ให้กินสับปะรด ยิ่งตรงไหนเป็นแผลให้อมไว้ตรงนั้นนานๆ
ไม่ช้าไม่นานก็จะหายไปเอง เหมือนหนามหยอกเอาหนามบ่ง

ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนจากหนังสือดังกล่าวข้างต้น ที่เป็นเทคนิคหรือความรู้แบบชาวบ้านๆ ที่แม้ว่าโลกจะก้าวไปไกลเพียงไร แต่ใช่ว่าความเจริญเข้าไปถึงหมดทุกแห่ง ดังนั้นภูมิปัญญาเหล่านี้จึงยังมีประโยชน์และคุณค่าอยู่เสมอ ซึ่งคนสมัยปัจจุบันก็ยังสามารถทดลองใช้ได้
ข้อสำคัญส่วนใหญ่มีราคาไม่แพงและทำให้พึ่งตนเองได้ด้วย

ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จากหนังสือภูมิปัญญาชาวบ้าน

ซึ่งดิฉันเองก็เห็นว่ามีประโยชน์จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดไปให้ทุกคนได้รับรู้กันค่ะ

วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2554

My Angel Guard เทวดาที่คุ้มครองฉัน

My Angel Guard เทวดาที่คุ้มครองฉัน

My Angel Guard หรือ ที่เราอาจเรียกว่า นางฟ้า หรือเทวดาประจำตัว มนุษย์เราทุกคน ต่างเวียนว่ายตายเกิด กันมาหลายภพ หลายชาติ และในวัฎจักรนี้ ก็มีหลายภพ หลายภูมิ ตามความเชื่อของศาสนาพุทธของเรา เทวดาประจำตัว หรือที่ฉันเรียกว่า My Angel Guard โดยปกติ ก็มีกันทุกคน มีทั้งเป็นในรูปของมนุษย์ รูปของเทพ รูปของสัตว์ และอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งมีกายละเอียด ทั้งมีกายหยาบ ก็แล้ว แต่กรรมชักนำพามาให้มีความผูกพัน และมีกรรม หรือหน้าที่ที่ต้องกระทำต่อกัน

จากที่เกริ่นมาข้างต้น ก็เพียงอยากให้ทุกคนลองคิดว่า ไม่มีใครอยู่คนเดียว คุณทุกคนมี เทวดาประจำตัวกันทั้งนั้น แต่คุณเคยคิดถึง เทวดาประจำตัวของคุณหรือเปล่า เทวดาประจำตัว ไม่จำเป็นต้องมี องค์เดียว บางคนก็มีหลายองค์ บางคนก็ต้องสูญเสียเทวดาประจำตัวไป เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

สำหรับ My Angel Guard ของฉัน ฉันรู้ตัวเสมอว่า เขาอยู่ข้าง ๆ ฉัน คอยช่วยเหลือ เตือนสติ และปกป้อง คุ้มครองฉัน ตามแต่กำลังและความสามารถที่ดี ถึงพวกเขาจะเป็นเทวดา แต่ก็มิได้มีสิทธิ์ที่จะล่วงก้าว หรือก้าวก่าย โชคชะตา หรือกรรมของแต่ละคนได้ แต่ก็ที่มี พวกเขา My Angel Guard นั้น เป็นการช่วยให้เราได้มีสติยั้งคิด และสร้างลางบอกเหตุ หรือที่เราเรียกว่า ลางสังหรณ์นั้นเอง

หาก ลางสังหรณ์ แรกที่คุณรู้สึก เกิดจากการเตือนของเหล่า เทวดาประจำตัวคุณ ลางสังหรณ์ นั้นมักจะถูกต้องที่สุด แต่หาก ลางสังหรณ์ นั้น มีอารมณ์ หรือกิเลส ความยาก เข้าไปร่วมด้วยแล้ว ลางสังหรณ์นั้น ก็เป็นเพียง ภาพลวงตา หลอกลวงคุณนั้นเอง และนั้นก็เป็นลางบอกเหตุว่า เทวดาประจำตัวคุณหรือ Angel Guard นั้นอ่อนแอ เพียงใด หรือ คุณได้เสียพวกเขาไปแล้ว เพราะการกระทำที่ไม่ถูกต้อง  ผิดศีล ผิดธรรม ของคุณนั้นเอง

และอีกครั้งสำหรับ My Angel Guard ของฉัน เธอคอยช่วยเหลือฉันมาทั้งแต่เด็ก เวลาเกิดอุบัติเหตุ ฉันก็รู้สึกถึงเธอ เวลาป่วย ฉันก็รู้สึกถึงเธอ และล่าสุดไม่นานมานี้ เธอก็ช่วยฉันในการรักษาอาการปวดของฉัน การตอบแทนของฉันกับ My Angel Guard ก็คือ ทุกคนที่สวดมนต์ นั่งสมาธิ หรือทำบุญ ทำทาน ฉันจะส่งให้เธอเสมอ ยิ่งเธอแข็งแรง เธอมีความสุข เธอก็จะดูแลคุ้มครอง ปกป้องฉัน อย่างดี

บทความนี้ ฉันอยากเขียนให้ My Angel Guard ของฉันว่า ขอบคุณที่ดูแลฉันเป็นอย่างดี และฉันขอฝากตัว ให้เธอดูแลกัน และกัน ตลอดไป และหากวันไหนที่ฉันหลงผิด หรือผิดพลาดไป ช่วยเตือนสติ ช่วยบอกฉันด้วย ฉันขอขอบคุณจากใจ My Angel Guard ของฉัน

ขอบคุณค่ะ หากเธอกำลังเห็นที่ฉันเขียนอยู่ ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ