แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดูนก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดูนก แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2563

one-lifetrip การเดินทางประสบการณ์ชีวิต

One-LifeTrip

เว็บไซด์นี้เป็นเรื่องเล่าจากประสบการณ์การเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ ตลอดจนประสบการณ์ที่ผ่านมาในชีวิต


ชีวิตคือ การเดินทาง
การเดินทาง คือประสบการณ์
ประสบการณ์ คือชีวิตที่อิสระ...

จากความเชื่อที่ว่า เราทุกคนล้วนมีโอกาสในการใช้ชีวิตให้มีความสุข....

การเดินป่า เป็นประสบการณ์ต้้งแต่มัธยมจนปัจจุบัน
การพิชิตยอดดอย เป็นประสบการณ์สมัยเรียนมหาวิทยาลัย
การเที่ยวทะเล ล่องเรือ เที่ยวเกาะ เป็นประสบการณ์ตั้งแต่ทำงานจนปัจจุบัน

ทุก ๆ ประสบการณ์ อยากนำมาบันทึกไว้ เพื่อให้โลกรู้ว่า เราเคยมีชีวิตอยู่ในที่ ๆ นั้น ณ ช่วงเวลาหนึ่ง

กิจกรรมต่าง ๆ ที่รัก

การดูนก ยังเป็นกิจกรรมงานอดิเรกที่รักยิ่งจนถึงปัจจุบัน
การสำรวจสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ ยังเป็นกิจกรรมที่หาโอกาสทำทุก ๆ ครั้งที่ได้เดินทาง
การชิมดื่ม ของหวาน และเครื่องดื่ม เป็นความสุขทางใจ ที่ยังทำอยู่ทุก ๆ วัน


อยากช่วยทุกคน ร่วมเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ยังที่ต่าง ๆ ด้วยกันนะค่ะ

Let's Go ......
Light Worker......
Light Life .....


วันเสาร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2560

กิจกรรมดี ๆ ส่งท้ายปีที่สวนพุทธมณฑล Bird Walk

กิจกรรมส่งท้ายปี 2560 นี้ เราได้ไปร่วมกิจกรรม Bird Walk ที่จัดโดยสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย ที่สวนพุทธมณฑลสาย 4 ในช่วงเช้าตั้งแต่เวลา 7.30 - 11.30 น.

ทางทีมงาน มีกล้องส่องนกให้ยืมด้วย เราใช้บัตรประชาชนแลกมา 1 ตัว วันนี้ทีมวิทยากรนำโดยอาจารย์สุธี (ผู้แต่งหนังสือนกไทยในความทรงจำ) และมีผู้ช่วยมาหลายท่านเลย ทั้งชาวต่างชาติ และคนไทย คนที่มาร่วมกิจกรรมก็มีทั้งเด็กและผุ้ใหญ่ หลายคนเลยค่ะ

เริ่มต้นกิจกรรม ทางทีมงานให้ถ่ายรูปหมู่ ที่หน้าองค์พระ และแนะนำวิทยากรกับทีมงาน

แล้วเริ่มพาเดินดูนกตามทาง บรรยากาศมีร่มเงาไม้ตลอดทาง มีนกมาให้ดูเยอะมาก เราดูทันบ้างไม่ทันบ้าง ผู้ช่วยวิทยากร ก็พยายามตั้งกล้องส่องทางไกล ที่เขาเรียกว่า สโคป ให้ดู ทำให้เห็นนกได้ใกล้ ๆ แถมยังสามารถเอามือถือ ไปจ่อกับกล้องแล้วถ่ายรูปนกได้ด้วย วันนี้เราได้เห็นนกฮุกตาโต หรือที่เขาเรียกเป็นทางการว่า นกเค้าโมง...
ภาพนี้ ถ่ายจากกล้องมือถือจ่อที่สโคปที่ผู้ช่วยวิทยากรตั้งให้

เมื่อเจอะนก วิทยากรจะ บอกชื่อนก เป็นภาษาไทย และภาษาอังกฤษ บ้างก็บอกที่มาของชื่อนก บ้างก็บอกว่านกนี้มาจากไหน เช่น นกเขาชวา ไม่ใช่นกไทยในอดีตนำเข้ามาจาก เกาะชวา เป็นต้น หรือนกพิราบป่า ซึ่งพิราบป่าพันธุ์ดังเดิม มีลักษณะแบบไหน เป็นต้น อีกทั้งได้เรียนรู้เกี่ยวกับชื่อต้นไม้ ลักษณะของก้านดอก ลักษณะของผล รวม ผลประกอบ เยอะมากเลย สำหรับความรู้ต่าง ๆ ที่น่าสนใจ ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ต่างก็คอยฟัง และสอบถาม วิทยากร



นับได้ว่า เป็นกิจกรรมยามว่าง วันว่าง ที่เหมาะสำหรับทุกครอบครัว ทุกเพศทุกวัย ที่จะออกมาสัมผัสธรรมชาติ แสงแดด เสียงนกร้อง เสียงกระรอก สายลม แสงแดด และรอยยิ้ม...



ที่สำคัญทางสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติ จัดเป็นกิจกรรมฟรีทุกเดือน ไม่มีค่าใช้จ่ายสามารถมาร่วมได้เลยค่ะ สำหรับปีหน้า เดือนมกราคม ที่สวนพุทธมณฑล จัดวันเสาร์ที่ 20 มกราคม 2561 ค่ะ
แต่เห็นว่า ใน 1 เดือน จะจัดตามสวนต่าง ๆ อีก สามารถเข้าไปชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
https://www.facebook.com/bcst.or.th




วันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560

อาสาสมัครช่วยกิจกรรมเดินชมนกในสวน Bird Walk

วันนี้ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรม Bird Walk ที่สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต เขตจตุจักร ที่จัดเป็นประจำในวันอาทิตย์ที่ 2 ของทุกเดือน โดยสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย

ทางวิทยากรได้อธิบายว่า ในช่วงฤดูหนาวแบบนี้ในสวนจะมีนกอพยบที่น่าสนใจ ตัวหายากเข้ามาแวะพักในสวน ซึ่งทำให้ช่วงนี้เรามีโอกาสได้พบทั้งนกประจำถิ่น คือนกที่อาศัยหากิน หลับนอนอยู่ในบริเวณนั้น และนกอพยบ ที่มาแวะพักก่อนเดินทางไปต่อ

และวันนี้เราก็รับหน้าที่มาเป็นอาสาสมัครช่วยงานกิจกรรม Bird Walk ได้ร่วมกิจกรรมเดินดูนกตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 10 โมง  วันนี้เราได้พบนกประจำถิ่น เช่น นกกางเขนบ้าน นกปรอดสวน นกอีแพรดแถบอกดำ นกกินปลีอกเหลือง นกสีชมพูสวน ส่วนนกอพยบ เราก็ได้พบนกจับแมลงคอแดง นกแซงแซวสีเทา นกขมิ้นท้ายทอยดำ นกพญาไฟสีเทา นกบั้งรอกใหญ่ เป็นต้น และยังได้เรียนรู้ความสำคัญของนกแต่ละชนิด ได้สังเกตุพฤติกรรม การบิน การจับแมลงของพวกเขา และความรู้อื่น ๆ ที่วิทยากรนำดูนกได้อธิบาย
ภาพจาก Facebook
ภาพนกกาเหว่าตัวเมีย ซึ่งปกติ ก็รู้จักนกกาเหว่าอยู่แล้ว แต่เพิ่งเคยได้เห็นชัด ๆ ว่าหน้าตาเป็นแบบนี้ แล้ววิทยากรบอกด้วยว่า กาเหว่าตัวผู้ตัวสีดำเหมือนอีกา แต่ตาจะแดง ปากจะเหลือง ส่วนกาเหว่าตัวเมีย จะเป็นลายแบบในภาย และไม่ค่อยได้พบเห็นโล่ง ๆ นัก วันนี้โชคดีมาก ๆ 



การมาเป็นอาสาสมัครของกิจกรรมนี้ เราติดต่อไปยังเพจ BCST และได้รู้จักพี่ตู๋ (อาสาสมัครของสมาคม) เลยขอมาช่วยงาน ก็ได้มาช่วยยกของ ช่วยจุดลงทะเบียน และเดินร่วมกิจกรรม ซึ่งวันนี้ก็มีครอบครัวและเด็ก ๆ มาร่วมกันหลายครอบครัว ทำให้เราได้เห็นถึงประโยชน์ของกิจกรรมเดินชมนกในสวน ดังนี้

1. ทำให้เด็ก ๆ เป็นเด็กช่างสังเกตุ เพราะต้องคอยหานก ดุลักษณะ สีสันของนก เพื่อจำแนกชนิด และชื่อนก
2. ทำให้เด็ก ๆ กล้าแสดงออก กล้าพูดสอบถามคุยกับคนแปลกหน้า ไม่กลัวคน กล้าถาม
3. ทำให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสกับธรรมชาติ ไม่ติดโทรศัพท์ หรือติดหน้าจอ เหมือนหลาน ๆ เรา
4. ทำให้ทั้งเด็ก และพ่อแม่ ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ได้ร่วมกิจกรรมเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ร่วมกันและมีเรื่องพูดคุยกัน
5. ทำให้เด็ก ๆ ได้เพื่อนใหม่ ได้ครูคนใหม่ ได้สังคมใหม่ ๆ
6. ทำให้เด็ก ๆ รู้จักเมตตา รู้จักคุณค่าของสิ่งมีชิวิตเล็ก ๆ รอบ ๆ ตัวเรา

กิจกรรมนี้มีฟรีทุกเดือน โดยที่สวนสมเด็จนี้จัดทุกวันอาทิตย์ที่ 2 ของทุกเดือน ลงทะเบียน 7.30 ให้เข้าทางประตูตรงข้ามกับเจเจมอลล์

เราของแนะนำ facebook.com/bcst.or.th ของสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย
และ facebook.com/tusora ของพี่ตู๋อาสาสมัครสมาคมประจำกิจกรรม Bird Walk เพื่อใครสนใจจะไปช่วยงานพี่เขาติดต่อไปได้เลย

วันศุกร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2560

บันทึกนกหางรำดำ Dark-backed Sibia

นกหางรำตำ 

Dark-backed Sibia

Malacias melanoleuca

วงค์ นกกะราง Laughingthrushes :  Leiothrichidae

นกหางรำดำ มีหัวและลำตัวด้านบนสีดำ หลังสีดำ แกมน้ำตาล ลำตัวด้านล่างและท้องสีขาว ปลายหางขลิบขาว 

มีถิ่นอาศัย ป่าดิบ ชายป่า ที่มีความสููง 1000 - 2565 เมตร

เป็นนกประจำถิ่น ที่พบบ่อยมาก

สามารถฟังเสียงได้ที่ http://www.xeno-canto.org/species/Heterophasia-melanoleuca



บันทึกนกวันนี้...."นกหางรำดำ" ถ่ายได้ที่ ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ในเดือนมกราคม 2560

ในบริเวณยอดดอย ก่อนลงไปที่อ่างกา  นกหางรำดำ บินออกมาหากินเป็นฝูง เราพบเจ้าสองตัวนี้บินมาเกาะกิ่งพัก อยู่ด้วยกัน เกาะกิ่งเบียดกัน เพื่อความอบอุ่น เพราะยอดดอยวันนั้น อากาศประมาณ 6 องศาเซลเซียส มีหมอก และไอน้ำมากเลยที่เดียว....

เราสังเกตุว่านกหางรำดำ มักจะพบหากินเป็นฝูง โดยอาหารที่นกหางรำดำกิน คือ แมลงตัวเล็ก ๆ และผลไม้เล็ก ๆ บ้าง  

พฤติกรรมที่น่ารัก  มักจะทำตัวพอง ขนพอง ตัวกลม ๆ เกาะกิ่งพัก ไซ้ขน หรือเกาะเบียดกัน กระโดดไปตามกิ่ง 

สำหรับในเมืองไทย นักดูนกสามารถดูนกชนิดนี้ได้หลายที่ อาทิเช่น ดอยอินทนนท์  แม่วงก์ เป็นต้น สำหรับนักถ่ายภาพนก แนะนำให้ไปถ่ายที่ดอยอินทนนท์ เพราะนกค่อยข้างเชื่อง เข้าใกล้ได้ง่าย และพบเจอะได้บ่อยมาก



วันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2560

เยือนตะพานหินเมืองพิจิตร

ในเดือนธันวาคม ปี 2560 นี้ ได้มีโอกาส เดินทางจากกรุงเทพ มุ่งสู่เมืองพิจิตร โดยพวกเรามีจุดหมายคือ การไปดูนกในเทศกาลนับนกตะพานหิน...

ก่อนออกเดินทาง พวกเราทำการบ้าน ศึกษาลักษณะภูมิศาสตร์ของแหล่งดูนกที่ตะพานหิน พบว่า มีลักษณะทางภูมิประเทศที่น่าสนใจ ทำให้พวกเราน่าจะมีโอกาสพบนกหลากหลายกุล่ม ทั้งกลุ่มของนกทุ่ง นกเหยี่ยว นกอินทรี และนกชายเลน หรือนกในแหล่งชุ่มน้ำ ....

ตัวเมืองตะพานหิน เป็นเมืองขนาดเล็กก่อนเข้า อ.เมือง พิจิตร ซึ่งนับว่าในอดีตเป็นเมืองท่าที่มีความสำคัญในการเดินทางทางน้ำ มีแม่น้ำน่านไหลผ่าน ชื่อมาของ "ตะพานหิน" มิได้หมายความว่า สะพาน แต่มีความหมายว่า หินดาดที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เวลาน้ำลดหรือน้ำแห้ง จะปรากฏเป็นแผ่นหิน ที่ยื่นยาวจากฝั่งออกมากลางแม่น้ำจนบ้างครั้งอาจเกือบถึงอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งส่งผลให้เวลาเรือวิ่งผ่าน ต้องหยุดเรือ และใช้กำลังคนยกเรือข้ามแผ่นหินนั้น เพื่อสัญจรผ่านไปอีกฝากหนึ่ง....



ในเมืองตะพานหินนั้น มีพระพุทธเกตุมงคล หรือหลวงพ่อโต เป็นองค์พระประธานอยู่ที่วัดเทวประสาท ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดของเมืองพิจิต และหากเราเดินทางข้ามสะพานแม่น้ำน่าน ผ่านทางรถไฟ จะเห็นองค์หลวงพ่อโต เด่น ตระง่าน งดงามมากมาก ๆ ค่ะ

และสำหรับนกที่เป็นนกเป้าหมายในทริปนี้ คือ นกกระสาดำ เหยี่ยวนิ้วสั้น  ซึ่งเป็นนกอพยบ  และเหยี่ยวปีกแดงที่เป็นนกประจำถิ่นตะพานหินนี้ ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างดีจากนักดูนกถ่ายภาพนกของเมืองตะพานหิน พาพวกเราไปดู เพียงวันแรกก็ได้พบนกเป้าหมายครบทั้ง 3 ตัว นับว่า เป็นวันที่พิเศษของพวกเรามาก ๆ ทีมดูนกที่ตะพานหินนี้ ได้ทำการศึกษา ติดตามพฤติกรรมของนกทั้งสามชนิดอย่างใกล้ชิด พร้อมให้ความรู้ และรายละเอียดของนกเหล่านี้ กับพวกเราอย่างดี ทางทีมเราขอขอบคุณทีมดูนกตะพานหินมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ...

หลังจากนั้น เวลา 5 โมงเย็น พวกเราก็ได้ไปเดินถนนคนเดิน ที่จัดเป็นประจำในวันเสาร์ เริ่มตั้งแต่ บ่าย 3 โมง สักทุ่มก็เริ่มเก็บของ การเดินชิม ช็อป และชมวิถีของชาวเมืองตะพานหิน ทำให้พวกเราประทับใจมากมากค่ะ...

และพวกเราหวังว่าในปีหน้าจะได้มีโอกาสไปเยือนอีกสักครั้ง .....

วันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2557

พระคุณแม่ ตอนนกกระจอกเลี้ยงลูก

หนึ่งภาพเล่าเรื่อง คราวนี้ มาหลายภาพ เพราะเพียง 1 ภาพ มิ...อาจ เล่าเรื่อง พระคุณแม่ ได้หมดสิ้น เพราะความรักของแม่ พระคุณแม่นี้ มากล้น เกินบรรยายด้วย 1 ภาพเพียงหนึ่งภาพได้ ....

บทความนี้ ได้มาจาก การเฝ้าสังเกตุพฤติกรรมนก ด้วยการดูนกรอบบ้าน โดยมีการจัดสวนสำหรับนก แล้วนำอาหารนกมาไว้ เช่น กล้วย ข้าวสาร มะละกอ เป็นต้น หลังจากจัดสวนบนดาดฟ้าให้ร่มเย็นนิดหน่อย มีอ่างน้ำสำหรับนก มีต้นไม้ มีกิ่งไม้ มีการแขวนผลไม้ เช่น กล้วยไว้ให้นกแวะมากิน.... จะได้พบกับนกกระจอก นำลูกกำลังหัดบินมาเลี้ยง ด้วยการป้อนกล้วย โดยตัวลูกเอง ไม่ยอมจิกกินกล้วยเองจะส่งเสียงร้อง เรียก ให้ตัวพ่อ ตัวแม่ นำกล้วยมาป้อนอยู่อย่างเดียว และค่อนข้างร้องถี่ กินเยอะมากในแต่ละครั้ง ซึ่งทั้งพ่อแม่นก ต้องคอยจิกกล้วยมาป้อน แล้วยังต้องระวังภัยที่จะมาถึง ถ้ามีเสียง หรืออะไรเคลื่อนไหวนกตัวพ่อ ตัวแม่จะรีบส่งเสียงร้องและบินออกไปทันที่...

ภาพ นกกระจอกบ้านเลี้ยงลูก ด้วยการป้อนกล้วย.... เรามาชมภาพไล่เรียงกันไปก่อนนะค่ะ จะได้เห็นถึงความน่ารักของลูก นกกระจอก และได้เห็นถึงความเหนื่อยยากของ พ่อ แม่ นกกระจอก ว่าต้องขยันป้อน ขยันจิกกล้วยมาให้กินบ่อยแค่ไหน....

ด้วยวัยที่อ่อน ลูกนกกระจอกวัยกำลังหัดบิน ส่งเสียงร้องเรียก ขออาหาร เสียงดัง อย่างต่อเนื่อง... ทั้ง ๆ ที่อาหารก็อยู่ตรงหน้า แต่ไม่ยอมไปจิกกินเอง... คงเหมือนเราสมัยเด็ก ๆ ที่เวลาหิว ก็ร้องไห้ งอแง ขวดนมอยู่ในปากยังทำหล่นออกมาไม่สามารถหยิบทานเองได้ เห็นบางครั้ง เราก็ร้องงอแง ให้พ่อแม่ป้อนอาหาร ทั้ง ๆ ที่สามารถทานเองได้แล้ว แต่ก็อยากให้ป้อน ... พ่อแม่นกต้องคอยป้อนจนกว่าลูกจะโต และออกไปหากินเองได้ พ่อแม่เราก็เช่นกัน ก็ต้องคอยป้อนข้าว ป้อนน้ำ ดูแล จนกว่าเราจะโต รำคาญเพียงใดก็ต้องดูแลเรา รู้สึกไหมว่า.. พระคุณแม่ ยิ่งใหญ่เพียงใด...

ภาพนี้ พ่อ/แม่ นกกระจอก กำลังป้อนอาหารเข้าปากลูก ทำให้ย้อนนึกถึงสมัยที่ แม่บางคน จะเคี้ยวข้าวให้เราก่อน ป้อนอาหารให้เรา (แต่สมัยนี้คงไม่ทำแล้ว เพราะมีเครื่องบด เครื่องปั่น สมัยก่อน เขาเคี้ยวเอา) สายสัมพันธุ์ที่ถ่ายทอดกันผ่านความรู้สึกดี ๆ ของแม่ ส่งให้เรา ทำให้เรา ลูก ๆ ทุกคน ควร รู้สึก พระคุณแม่ รักแม่ ให้มากกว่ารักแฟนนะค่ะ....

 ท่า ลูก นกกระจอก กำลังตีปีก ร้องขัดใจ ที่แม่ป้อนอาหารช้า... เหมือนกับเราตอนเด็ก ๆ ที่โวยวาย ไม่ได้ดั่งใจ ก็ลงไปดิ้น ชักดิ้น ชักงอ ร้องไห้ งอแง .. ทั้ง ๆ ที่พ่อแม่ ต่างก็เหนื่อย และเบื่อ แต่สุดท้าย ก็ต้องยอมเราจนได้ เพราะนั้น คือ ความรัก ความผูกพัน ของพ่อแม่ กับลูก นั่นเอง...

ส่งสัยไหมว่า... ทำไหม ลูกนก ตัวอ้วนน่ารัก เหมือนกับ เด็ก ๆ ก็มักอ้วน ท้วน น่ารัก ทั้ง ๆ ที่ พ่อแม่ ผ่ายผอมลง ในช่วงที่เลี้ยงดูพวกเรา... เพราะเราร้องที่จะกิน ตลอดเวลา ร้องที่ จะเอาโน้น เอานี่ ตลอดเวลา พ่อแม่แสนเหนื่อยยากกว่าจะเลียงเราจนโตได้....ดังนั้น ยามกินอะไร คิดถึงพ่อแม่บ้าง ไม่ใช่คิดถึงแต่เพื่อน แต่แฟน ซื้อของฝากพ่อแม่บ้าง ไม่ใช่ซื้อฝากแต่เพื่อน แต่แฟนนะค่ะ

 หนึ่งภาพเล่าเรื่องนี้ อยากบอกว่า ดูนกกระจอกเลี้ยงลูก แล้วย้อนดูตนเอง วันนี้ คุณตอบแทนพระคุณพ่อแม่ แล้วหรือยัง...  วันหยุดนี้ บอกรักพ่อแม่ พาท่านไปทานข้าว กอดท่าน บอกรักท่านด้วยนะค่ะ....




วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2557

ประทับใจดูนกเขาใหญ่

เริ่มต้นการดูนกมานานกว่า 2 ปีแล้วค่ะ ปีนี้ก็เข้าปีที่ 3 การไปดูนกในแต่ละทริปก็มีทั้งความประทับใจ ความเศร้าใจ ความเซง ความผิดหวัง ความสมหวัง แต่ประสบการณ์ดูนกเขาใหญ่ครั้งนี้ ประทับใจ ตราตรึงใจ มาก ๆ เลยค่ะ.... และทำให้คิดถึง...ความฝัน ที่เริ่มดูนกใหม่ ๆ .... คิดถึง วลีเด็ด ๆ ...ที่ประทับใจ คือ... ความบังเอิญ ความไม่ตั้งใจ ในการเดินทางท่องเที่ยวจะทำให้คุณมีเรื่องเล่าใหม่ ๆ เสมอ ....

ไม่รู้นะค่ะ ว่าจะมีใครที่ชอบดูนก หรือชื่นชอบสิ่งเล็ก ๆ จะมีประสบการณ์ของความฝันเหมือนกันไหมว่า...

ก่อนการเดินทางไปดูนกทุกครั้ง จะนอนไม่ค่อยหลับ แต่ตื่นเร็ว สดชื่น กระปรี้กระเปร่าทุกครั้ง และมักจะฝันว่า ตนเอง...อยู่ท่ามกลางนกเยอะแยะไปหมด น่ารักมาก ๆ มือก็ไขว้คว้าหากล้อง กล้องไม่มี กล้องหาย หรือในฝัน ถ่ายอยู่ แต่นกเยอะเกิน บินไปบินมา ถ่ายไม่ทัน เสียดาย มาก ๆ ...

จากความฝันเล่านั้น กลายเป็นความเป็นจริงแล้วค่ะ.... เรื่องก็มีอยู่ว่า... คืนก่อนเดินทาง พี่นักดูนกชวนไปเขาใหญ่ ใจง่ายตอบตกลงไป คืนนั้น รีบเข้านอน นอนไม่หลับ ตืนมาตี 1 อยากไปดูนก เร็ว ๆ เปิดเว็บดูว่า นกอะไรบ้างที่พบที่เขาใหญ่ มีจุดหมายตรงไหนบ้าง ตื่นเต้น จนถึงเวลานัด รีบเดินทางออกไป แต่วันนั้น ไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจ กว่าจะไปถึงเขาใหญ่ก็เกือบ 9 โมงแล้ว แดดออก สายมาก อีกทั้ง จุดหมายนก ที่สอบถามมา ก็หาไม่เจอะ เดินวนหา ดูนกไปเรื่อย ๆ เจอะเจ้า จาบคาเคราน้ำเงิน ย้อนแสง ถ่ายไม่ชัด ก็เสียดายแล้ว อีกทั้งสอบถามเจ้าหน้าที่ที่เขาใหญ่ ก็ไม่รู้เรื่อง จนกระทั่ง มีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งชี้จุดบอกว่า น่าจะเป็นหลังห้องน้ำนั้น .... เพราะเคยเห็นคนดูนกมุด ๆ เขาไป เราก็เลยรีบเดินเข้าไป มุดจริงค่ะ มีต้นไม้ขวางทาง ลงไป จะเป็นที่โล่งพอสมควร และเห็นหมายนก ที่มีคนทำไว้ จะรีบร้อนเดินเข้าไปจะดู ดันเดินไปเหยียบโคลน เท้าจมติด พยายามตะเกียดตะกาย ขึ้นมา รองเท้าเละโคลนไปหมด อีกทั้งเหม็นด้วย คงเป็นน้ำที่ออกมาจากห้องน้ำ แหวะ...เหม็น แต่ก็รีบการไบลด์ เตรียมไว้ แต่ยังไม่เข้าไบลด์ เพราะเหม็นโคลนที่รองเท้ามา จึงนั่งยอง ๆ อยู่ใต้ต้นไม้ สักพัก ก็มีเจ้าเดินดงหัวสีส้ม ออกมา กระโดดมาทางขวามือ ขึ้น มาอยู่ที่ขอนไม้เดียวกับที่เรานั่ง เล่น เราเองตกใจ ไม่กล้าขยับ สักพัก ก็มีเสียงนกเจ้ากางเขนดง โดนมาเกาะกิ่งด้านซ้าย และด้านหลังเราก็มีนกกินแมลงป่าฝนหลายตัว บินมาเกาะกิ่ง กระโดดตามพื้น รอบ ๆ ตัวเรา เล่นเอาไม่กล้าขยับเขยื้อนตัว และที่น่าตื่นใจคือ เจ้านกจับแมลงอกสีฟ้า บินมาเกาะกิ่งตรงหน้าแบบเหน่ง ๆ ใกล้ ๆ ระยะเอื้อมมือ ทุกตัวมองมาที่เรา (หรือเปล่า คิดเอาเอง)
ตัวก็ไม่กล้าขยับ กล้องก็ไม่กล้าถ่าย พยายามขยับมือหยิบกล้องช้า ๆ ถ่ายมาที่ละตัว แบบนี้แหละค่ะ
ปรากฏหลักฐานตามภาพที่ได้จากเหตุการณ์นี้ ....

เจ้านี้ เดินดงหัวสีส้ม มาทางขวามือ ขอนเดียวกับที่เรานั่ง ใกล้มาก ๆ ใช้วิธีขยับมือ เอียงกล้องมาถ่าย ...ได้มาใกล้มาก ๆ ...ค่ะ

เจ้าตัวเนี่ย เป็นตัวโปรดมาก ๆ ค่ะ เจ้านกจับแมลงอกสีฟ้า Hainan Blue Flycatcher บินมาเกาะกิ่งตรงหน้ามาก ๆ ระยะเอื้อมถึง มองมา เราก็เลยค่อย ๆ หงายกล้องถ่าย ไม่กล้ายกมาถ่าย (กล้องติดกับขาตั้งกล้อง)

ส่วนเจ้าตัวเนี่ย หลายตัว บิน กระโดด หากิน รอบตัว เสียงดังไปหมด เจ้านกกินแมลงป่าฝน ไม่กลัวเราเลยสุดยอด


บรรยากาศตอนนั้น เราเหมือนตกอยู่ในภวังค์ ความฝัน ได้ยินแต่เสียงนก เสียงลม เสียงป่า แทบลืมหายใจ ไม่กล้าขยับ รู้สึกแข็งเหมือนเป็นตะคริว เวลาผ่านไปแค่ไหนไม่รู้ ...หรือเพียงชั่วครู่เดียว .... พอเจ้านกเหล่านั้นพอใจ ก็เริ่มขยับตัวออกไปไกลเรา ยกเว้นเจ้าเดินดง ยังกระโดดออกไปอยู่ไม่ห่างนัก เราเลยถ่ายรูปมาให้ดูแบบนี้ค่ะ....

ภาพนี้ เอียงตัวถ่าย ให้เห็นระยะไม่ไกล ภาพนี้ เราขยับตัวเดินออกมาแล้วขอนไม้ที่นกอยู่ คือ ขอนไม้ที่เรานั่งอ่ะ... สุดยอดประสบการณ์จริง ๆ เลยค่ะ....


ปล. ไม่ได้ถ่ายเจ้ากางเขนดงมาค่ะ (ตอนนั้น ลืมนึกไป ^^)

เหตุการณ์นี้ ประทับใจเรามาก ๆ ค่ะ ขอให้เพื่อน ๆ โชคดีได้เจอะประสบการณ์แบบนี้บ้างนะค่ะ สรุปงานนี้ ไม่ต้องมีบังไพร ค่ะ... และพอไปเล่าให้พี่ ๆ ฟัง เขาบอกว่า เป็นเพราะกลิ่นโคลนที่รองเท้า มันล่อนกมาหรือเปล่า (นกติดหนอน แล้วก็หัวเราะ 55555)

จะเพราะอะไรไม่ทราบ แต่รู้แต่ว่า ในวิกฤต ความผิดพลาด ความโชคร้าย เรายังมีโอกาส ความโชคดี และสิ่งดี ๆ ให้ได้พบเจอะค่ะ....

วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ดูนกสวนรถไฟ จตุจักร

อีกไม่กี่วัน ก็จะหมดเดือนสิงหาคม 2556 นี้แล้ว ใกล้วันเวลาที่รอคอยไปอีกวัน ช่วงทองของนักดูนก ใกล้แล้วฤดูอพยบ วันนี้ลองมาเดินดูนกที่สวนรถไฟหน่อย เผื่อจะมีนกอพยบตัวไหนเดินทางว่องไวมาถึงก่อนเพื่อนบ้าง...

และแล้วก็ไม่ผิดหวัง เจ้านกอพยบ ตัวแรก (ที่เราพบ) ก็คือ เจ้าตะโพกเหลือง หรือ นกจับแมลงตะโพกเหลืองนั้นเอง พบทั้งตัวเมีย และตัวผู้ หากินอยู่ในแนว ๆ เดียวกัน อยากให้มันมาจับกิ่งเดียวกันจัง แต่ก็ไม่มีโอกาส ....

นกจับแมลงตะโพกเหลืองตัวผู้ เกาะไกลอ่ะ

นกจับแมลงตะโพกเหลือง ตัวเมีย

ถ่ายมาหลายรูป แต่ก็ไม่สวยสักรูปเลย ไว้โอกาสหน้าต้องไปใหม่แล้ว

วันนี้แวะมา แล้วก็ไม่ผิดหวังจริง ๆ มีเวลา 1 ชั่วโมง ต้องกลับไปทำงานต่อ ไว้จะหาเวลาไปใหม่ 

ส่วนนกอื่น ๆ ที่พบระหว่างเดินดูนก 

เจ้าตัวเนี่ย เขาก็ว่า เป็นนกอพยบนะ นกกระจิ๊ดหัวมงกุฎ แต่ยังไม่ชัด ยังไม่ฟันธง

ตัววัยอ่อนของนกกระติ๊ดขี้หมู

เจ้านกปรอดหน้านวล ก้นเหลือง

เนี่ย เจ้ายางเขียว บินขึ้นไปเกาะต้นไม้สูงเชียว...

นกสีชมพูสวนที่ต้นมะม่วง

นกสีชมพูสวนวัยอ่อน หรือตัวเมีย ไม่แน่ใจ

ตัวเนีย...เจ้าถิ่น นกเอี้ยงสาลิกา.....

มีเวลาแค่เนี่ย ...ได้มานิดหน่อย มีความสุข เล็ก ๆ ในเที่ยงวันธรรมดา วันทำงาน ที่แอบพัก ไปดูนก....


วันอังคารที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2556

ร้อนนี้ดูนกกินแมลงอกเหลืองที่ภูเขียว

หน้าร้อนผ่านมาบรรจบในปีนี้ เหล่านักดูนกก็ยังเที่ยวเสาะแสวงหาแหล่งดูนก ในหน้าร้อน กันอยู่เหมือนเดิม .... ที่สุดฮิต ก็คงไม่พ้น แหล่งที่เป็นที่ดูนกอาบน้ำ หรือ นกบ่อ นกเล่นน้ำ เช่น แก่งกระจาน บ่อลุงสิน บางบาล เป็นต้น แต่ร้อนนี้ มีคนช่วงไปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ไปนั่งบ่อ ดูนกเล่นน้ำ อาบน้ำ จิบน้ำกัน  ชวนมาก็พร้อมไปจ้า ออกเดินทางอย่างไร้จุดหมาย แต่อยากไปดู เจ้ากินแมลงอกเหลือง Pin-Striped tit babbler (Macronous gularis) เพราะปีนี้ยังไม่ได้เจอะกันเลย เห็นว่า ที่ภูเขียวมี ทั้ง ๆ ที่ ในกลุ่มบอกว่า ต้องไปดูไก่ฟ้าพญาลอซิ แต่เรากลับชอบพวกนกเล็ก ๆ มากกว่า งานนี้เลยตั้งเป้าไปนั่งเฝ้าบ่อ เพื่อดู เจ้านกกินแมลงอกเหลือง เป้าหมายชัดเจนเปลี่ยน.....

--> นกกินแมลงอกเหลือง หรือ Pin-Striped Tit Babbler 

เป็นนกขนาดเล็กลำตัวยาวประมาณ 13 ซม. หน้าผากและกระหม่อมสีน้ำตาลแดง มีแถบตาดำหรือสีคล้ำ คิ้วและลำตัวด้านล่างเหลืองอ่อนมีขีดดำเล็ก ๆ กระจายตั้งแต่คอถึงท้องตอนบน ลำตัวด้านบนสีน้ำตาลแกมเขียวไพล ปีกและหางแกมน้ำตาลแดง มักพบเป้นฝูงเล็ก ๆ ในป่าดิบค่อนข้างโปร่ง ชายป่า ป่าไผ่ ที่ราบถึงความสูง 1525 เมตร เป็นนกประจำถิ่น ที่พบได้บ่อยมาก

ข้อมูลบอกว่าพบได้บ่อยมาก แต่ถ่ายได้ยากมาก เพราะเป็นนกที่ว่องไว รวดเร็ว และมุดเก่ง ดังนั้น การไปภูเขียว เพื่อถ่ายเจ้า นกกินแมลงอกเหลือง มาอาบน้ำ มาเกาะกิ่ง นิ่ง ๆ นาน ๆ หน่อย ให้ถ่ายได้แจ่ม ๆ จึงเป็นการถ่ายภาพ เจ้า นกกินแมลงอกเหลือง ที่ง่ายที่สุดแล้ว....

การมาเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ที่จังหวัดชัยภูมิ เป็นครั้งแรกระยะทางจากกรุงเทพมาชัยภูมิก็ประมาณ 600 กิโลเมตร บริเวณบ่อที่ให้มานั่งบังไพรดูนกอาบน้ำ ดูนกเล่นน้ำ ทางภูเขียวจัดไว้ให้ 2 ที่ ไม่ไกลจากบ้านพักมากนัก ที่นั่งก็สบาย ถ้าไม่มีคน แต่ถ้ามาช่วงมีนักดูนก นักถ่ายภาพเยอะก็วุ่นวายอยู่เหมือนกัน ....

ช่วงที่เข้าไปนั่งบังไพร ตั้งแต่เวลา 10 โมงเช้า มีนกมาเล่นน้ำเป็นรอบ ๆ ทั้ง เจ้าไก่ฟ้าพญาลอ ภูหงอน ปรอดหัวสีเขม่า ปรอดเหลืองหัวจุก เจ้ามุ่นรก จนกระทั่งบ่าย 2 กว่า ๆ ก็มีการมาปรากฏตัวของ นกกินแมลงอกเหลือง ที่รอคอย .... มาไว ไปไว มาก ผ่านไป 1 รอบ ยังถ่ายได้ไม่สวย รอไปอีกกว่า 1 ชั่วโมง ก็มีการมาปรากฏตัวรอบที่สอง โดยมากับ เว็บนกมุ่นรก มากันหลายตัวเลยที่เนี่ย เสียงกดชัดเตอร์กระหน่ำกันมากเลย กว่าจะหมดรอบ ....ในที่สุดก็ได้ภาพมาเชยชม ดังนี้... ไปดูภาพกันได้เลยจ้า........

มารอบแรก มาไว ไปไวมาก ๐...๐

มาเล่นน้ำ สบัดขน กระจาย

เสียงชัตเตอร์ดัง ระรัว.... เจ้าคงสงสัย...ใคร่รู้...

อาบน้ำ...แล้ว แต่ทำไหมยังมอมแมม ขนาดเนี้ยเนี่ย....หา...^^
บรรลุเป้าหมาย ถ่าย เจ้า นกกินแมลงอกเหลืองไปแล้ว ในวันแรก คืนนั้น จึงเฝ้า นึกหาเป้าหมายใหม่ .... เอาเป็นพวกนกอพยบดีกว่า ....ไว้รอพบกับ นกเขนน้อยไซบีเรีย...ในตอนหน้านะจ๊ะ

-->

วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2556

นกที่แพงที่สุด กะเต็นปักหลัก บางบาล อยุธยา

"นกที่แพงที่สุด กะเต็นปักหลัก บางบาล อยุธยา....." ใครฟัง ก็ต้องหัวเราะ ต้องสงสัยแน่นอน แพงยังไงเนี่ย อยุธยา ใกล้กรุงเทพแค่เนี่ย แถมเจ้ากะเต็นนามปักหลัก ก็พบเห็นได้ง่าย ๆ ที่บางบาล หรือที่อื่น ๆ ก็มีเยอะแยะ ไม่ใช่นกราคาแพง ไม่ใช่นกหายากแน่นอน แล้วทำไหม....เจ้าถึงบอกว่า "นกที่แพงที่สุด"...????? งง  งง ละซิ... . จะมาแจ้งแถลงไขให้ทราบ ในวันนี้ ลองติดตามอ่านกันต่อไปแล้วกันนะ... ^^ อิอิ...
-->
ณ กลางดึก คืนหนึ่ง ในความฝันมีอยู่ว่า ขณะขับรถอยู่ริมทาง สองข้างทางเป็น ท้องนา เขียวอุดมสมบูรณ์ นกบินไป บินมา เยอะมาก ทำให้มองเพลิน จนขับรถตกไปข้างทาง และรถก็ค่อย ๆ ดิ่งลงสู่น้ำ เล่นเอาตะเกียดตะกาย ขึ้นมาแถบไม่ทัน สะดุ้งตัวตกใจตื่น มองนาฬิกา เป็นเวลา ตี 5 แล้ว รีบอาบน้ำล้างหน้า แปรงฟัน วันนี้จะไปอยุธยา ...ไปหา เจ้ากะเต็นปักหลัก...ที่บางบาล

ตี 5 ครึ้งเดินทางออกจากบ้าน ไปขึ้นทางด่วนสายกาญจนาภิเษกที่ รามอินทรา เสียค่าทางด่วน 30 บาท และอีกด่าน 20 บาท เพื่อมาลงตรง บางปะอิน แล้ววิ่งตรงขึ้นไปอยุธยา จนถึงถนนสาย เลี่ยงเมืองอยุธยา สุพรรณบุรี แล้วมีแยกซ้ายมือเลี้ยงเข้าบางบาล วิ่งตรงไปประมาณ 4 กม. จะเจอะครัวมะนาว บ้านผู้ใหญ่สุนทร แต่ด้วยว่า แสงยังไม่มากนัก จึงตัดสินใจเลยไปที่วัดเก้าห้อง เพื่อดูจาบคาหัวเขียวก่อน เมื่อขับรถไปถึงหัวเก้าห้อง เลยเลี้ยวเข้าไปในวัด แล้วจอดรถเพื่อจะไปไหว้พระ เมื่อจอดรถแล้ว ได้ยินเสียงเจ้าโพระดกร้องเสียงดังมาก เลยเดินไปมองหามันก่อน ก็พบเกาะร้องเสียงดังอยู่ไม่ไกลนัก....
หน้าตา ก็ยังน่ารัก น่าชัง เหมือนเดิม ว่าแล้ว ก็รีบประกบกล้อง ถ่ายเก็บภาพมาให้ดูกันเสียหน่อยค่ะ

ถัดไปอีกต้น เจ้าพญาไฟ 3 ตัว บินโฉบกิ่งไปกิ่งมา จับภาพไม่ทัน จึงได้มาแบบไกล ๆ หน่อยนะค่ะ

นอกจากนั้นก็ยังมีเจ้าบังรอก นกกางเขน เจ้าแซงแซวหางปลา บินไปมาให้ได้ชมกันอีก ยืนดูนกได้สักพัก หันไป เจอะเจ้าจับแมลงคอสีแดง ออกมาใกล้ ๆ เหน่ง ๆ ก็เลยต้องถ่ายมาให้ชมภาพความน่ารักกันเสียหน่อย...
เป็นตัวผู้เสียด้วย คอแดงชัดเจน ในช่วงฤดูผสมพันธู์ หลักจากนั่น ก็ได้ยินเสียงร้องดังมาก ของเจ้านกหัวขวานลายหัวแดง มองหาเท่าไรก็หาตัวไม่เจอะ จนกระทั่งมันบินออกมา แล้วก็บินไป เสียดายมาก ๆ

แสงแดดเริ่มออกแล้ว จะไปดู จาบคาหัวเขียว หน่อย กลับมาที่รถ ปรากฏรถสตาร์ดไม่ติด อ้าว ....ตายแล้วเรา ทำอย่างไรดี พอพีมีพระเดินผ่านมา เลยขอให้หลวงพี่ช่วย หลวงพี่ก็แสนดี โทรตาม คนขับรถตู้ที่วัดให้มาช่วยดูรถให้หน่อย แต่มาแล้ว ก็หาสาเหตุไม่ได้ ชาวบ้านที่มาทำบุญที่วัดก็มาช่วยดู ฟิวส์ให้ว่าขาดหรือเปล่า ช่วยเข็นรถให้ ก็สตาร์ดไม่ติด ทำยังไงก็ไม่ได้

เราจึงโทรหา ผู้ใหญ่สุนทร ที่ครัวมะนาว ให้มาช่วย มาผู้ใหญ่ก็เลยขับรถมาดู แล้วลากรถเรากลับไปที่ครัวมะนาว โทรตามหาช่างมาดูรถให้ ทางลูกชายผู้ใหญ่ ก็มาช่วยตรวจดูฟิวส์รถทั้งหมด ก็ไม่ขาด ผู้ใหญ่ให้เราไปดูนกกะเต็นปักหลักก่อน ฆ่าเวลา ขณะช่วยตามหาช่างให้ โทรไปหาคน ก็ไม่มีช่างมาให้เลย

ส่วนตัวเรา ก็เลย ต้องไปดู เจ้าปักหลักก่อน เพราะเป้าหมายที่มาคือ มาดูเจ้า กะเต็นปักหลัก...เนี่ยหน่า... ต้องทำภาระกิจให้สมบูรณ์

และแล้ว ก็ไม่ผิดหวัง เพราะความน่ารักของมันมากมาย เสียเหลือเกิน
 ที่หลังบ้านผู้ใหญ่ เป็นแหล่งดูเจ้าปักหลักจริง ๆ มีการทำบังไพรไว้เรียบร้อย มีร่องรอยการใช้งานมากมายเสียด้วย
 เจ้าปักหลัก ก็มาตามนัด ส่งเสีย ร้องตลอดเวลา
 มาทั้งตัวผู้ ตัวเมีย ตัวไหนเป็นตัวผู้ ตัวไหนเป็นตัวเมีย รู้ไหมเอ๋ย.....
 ทั้งเสียงร้อง ทั้งหน้าตา ทั้งลีลาก็น่ารัก ทำเอา คลายกังวลเรื่องรถไปเสียสนิทใจ เพลินตา เพลินใจ อยู่กับเจ้าปักหลัก
จนเวลาล่วงเลยไป เข้า 11  โมง กว่า เสียงโทรศัพท์ ก็ดังขึ้น จากผู้ใหญ่สุนทร เรียกให้กลับมาดูรถ

ได้ความว่า ไม่มีช่างมาดูให้ จะทำอย่างไร ให้ทิ้งรถไว้ไหม แล้วค่อยหาช่างมาซ่อม เราจึงต้องเปิดค้นหาข้อมูลช่างซ่อมรถที่ บางบาลใน google กูรู ผู้รู้ทุกเรื่อง ช่วย ได้เบอร์ช่างซ่อมรถในบางบาล มา จึงจะรบกวนให้ผุ้ใหญ่ช่วยลากรถไปที่อู่ให้หน่อย แต่ทางผู้ใหญ่สุนทร ไม่สะดวก แนะนำให้เราจ้างรถยกมายกเข้าอู่ ดีกว่า และช่วยโทรตามรถยกให้

สักพัก รถยกก็มา ช่วยยกเข้าอู่ โดย แนะนำให้ไปอู่ซ่อมรถที่เขารู้จัก จะได้ให้ซ่อมทันที สามารถกลับบ้านได้วันนี้ จึงตกลง ให้ยกรถไปที่อู่นั้น โดยค่ายกรถ ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร จากครัวมะนาว (แพงมากหลักพัน)  หลังจากนั้น ก็มาถึงอู่ติดถนน เก่า ๆ อู่หนึ่ง ดีว่าอยู่ติดถนน ถ้าอยู่ห่างจากถนน เราก็ไม่กล้าเข้าไป เพราะอู่เก่า และน่ากลัวมาก...

ช่างมาสอบถามอาการ และตรวจหาสาเหตุ นานมาก เราก็พยายามจะให้ช่างคุยกับช่างรถที่ซ่อมรถเราประจำ เพื่อจะได้ข้อมูล และตำแหน่งของไดรส์สตารด์ หรืออื่น ๆ แต่ช่างก็ไม่ยอมคุย... แปลกจริงๆ  ...

หาสาเหตุนานกว่า 1 ชั่วโมง ก็ยังไม่พบ เราเลยโทรหาช่างประจำ เล่าอาการให้ช่างฟัง แล้วช่าง ก็แนะนำให้ลองเคาะไดรสสตาร์สดู หรือต่อตรงดู ช่างที่ซ่อม ก็ยังไม่ยอมทำ จนในที่สุดก็ ไปตัดเอาสายไฟขนาดใหญ่มาพันกับแบตเตอรี่ แล้วไปจี้ กับไดรส์สตาร์ เราไม่รู้เรียกว่าต่อตรงหรือเปล่า แต่พอลองสตาร์สมันติดอ่ะ ดีใจมากๆ เลย เพราะเวลานี้ ก็เข้า บ่ายโมงแล้ว กลัวว่าจะไม่ได้กลับบ้าน ช่างซ่อมก็บอกว่า รู้สาเหตุแล้ว รออีก 40 นาที ก็เสร็จ ให้เราเดินเล่น หรือไปกินอะไรก่อนก็ได้

--> เราก็เลยบอกว่า จะเดินเล่นอยู่แถวนี้แล้วกัน เดินไปเดินมา หานกดู ก็เจอะเจ้าบังรอก หางยาว บินข้ามไปแล้วก็มุด ๆ เร็วมาก ๆ เห็นหางไหว ๆ อยู่ จึงเดินไปเรื่อย ๆ อีก จนถึง 30 นาที ก็เดินกลับมา ปรากฏรถซ่อมจะเสร็จแล้ว กำลังประกอบอยู่ ก็เลยมายืนดู เมื่อเสร็จแล้ว ก็สอบถามค่าซ่อม อึ้งไปนิด...ราคานี่หรอ... งั้นขอไปกดตังค์หน่อย ไม่ได้เอามา เลยต้องไปกดเงินจ่ายค่าซ่อม ซึ่งหลังจากขับรถกลับมา ก็เลยเอาไปหาช่างประจำ ช่างตรวจดู แล้วแจ้งว่า สายไฟที่ต่อกับ ไดส์สตารส์มันขาด เขาคงเปลี่ยนให้ใหม่ แล้วซ่อมไปเท่าไร พอเราบอกราคา ช่างก็บอกว่า ถูกหลอกแล้วแหละ จริง ๆ ไม่มีอะไรมาก เราก็เลยถามค่ายกรถ ปกติราคาประมาณเท่าไร เขาก็บอกว่า เริ่มต้นที่ 500 บาท แต่เราเสียไปเป็นพัน

555 นับว่า เป็นการไปดูนก ที่ราคาแพงมาก ๆ จดจำไว้นะ เจ้ากะเต็นปักหลัก เจ้านกราคาแพง ของฉัน....

วันอังคารที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2556

ดูนกด้วยกล้อง Canon Powershot SX40HS ที่แม่วงก์

โปรแกรมดูนกประจำเดือนมีนาคม 2556 ของสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย คือ ดูนก 2 วัน 1 คืน ที่แม่วงก์ ช่องเย็น นกเยอะมาก ตามคำบอกเล่า หรือ Build โดย พี่วุธ ผู้จัดทริปดูนกประจำสมาคม..

นกไฮไลท์ที่ช่องเย็น ที่จะไปดูกัน คือ นกเงือกคอแดง ภูหงอนพม่า นกแว่น นกกระทาคอสีแสด และอื่น ๆ ล้วนเรียกความสนใจ ทำให้ต้องตัดสินใจร่วมเดินทางด้วยจนได้ค่ะ

การเดินทางออกคืนวันศุกร์ ไปถึงตี 4 ที่ทางเข้าอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ต้องจอดรถนอนรอเจ้าหน้าที่เปิดด่าน กว่าจะมาก็ 7 โมงเช้า เพราะมีคนไปตามให้ ทำให้ขึ้นไปถึงที่ช่องเย็นเกือบ 8.30 แล้ว เมื่อลงรถ ก็ได้ยินเสียงร้องมาอย่างดัง ของเจ้านกเงือกคอแดง บินผ่านมา... ความตื่นเต้น ก็ความไวของช่างกล้องแต่ละคนก็ยิงกันคนละหลาย ๆ shot แต่เราถ่ายไม่ได้ค่ะ
-->
เมื่อเป็นนกบิน ความสามารถของเจ้ากล้อง Powershot SX40 HS ก็ไม่ค่อยสามารถจับภาพได้ (ลิขสิทธิ์ภาพนี้เป็นของ คุณพรชัย จากกล้อง Nikon ค่ะ)

หลังจากนั้น เจ้านกปรอดหัวตาขาว ก็มาต้อนรับ เยอะแยะไปหมด พบได้ตลอดทั้งทริปเลยค่ะ

ทั้งลีลา หน้าตา น่ารัก และพบได้บ่อย ทำให้เราต้องถ่ายรูปเจ้าตัวเนี่ยมาหลายต่อหลายภาพค่ะ ความธรรมดาของมัน แต่มันไม่ธรรมดา เพราะความน่ารักนะค่ะ...

หลังจากนั้น เจ้ากะรองทองก็บินเข้ามา กระโดดไปกระโดดมา จับภาพได้ยากมาก ๆ ค่ะ สำหรับกล้องที่มีความเร็วในการถ่ายน้อยอย่าง กล้อง Powershot SX40HS นี้ จึงได้ภาพมาแบบนี้


ภาพนี้มีปัญหา คือ เจ้ากล้อง canon powershot sx40hs จะถ่ายได้ไม่ค่อยดี ในสภาพแสงน้อย และวัตถุที่เคลื่อนไหวเร็ว แต่เท่าที่ได้ ก็พอใช้ได้นะค่ะ

ส่วนเจ้านกที่พบบ่อยอีกตัว คือ เจ้ากระเบื้องผา ที่ชอบเกาะตัวนิ่ง ๆ อยู่บนหลังคาบ้าน บนยอดไม้
 เจ้ากระเบื้องผา เกาะอยู่บนหลังคาบ้านพัก นาน ๆ ถ่ายแล้วถ่ายอีก จนเบื่อ
ส่วนเจ้าตัวเนี่ย ก็เกาะอยู่บนยอดไม้ไกลริบ ๆ ต้องปีนขึ้นไปบนยอดเขา เพื่อถ่ายมัน แสงแรงไปหน่อย เพราะลืมไปตั้ง ISO 1600 ค่ะ

นอกจากนกแล้ว ช่องเย็น ยังขึ้นชื่อว่า ตัวคุ่น เยอะมาก ๆ มาครั้งแรก เยอะจริง ๆ ค่ะ มันบินตอมตลอดเวลา ที่อยู่ตรงช่องเย็น แต่ละคนโดนกัดกันท้วนหน้า ยาทากันยุงก็เอาไม่อยู่ ตัวเองก็โดนที่ขา แขน และใบหน้ามา ทั้ง ๆ ที่ใส่แขนยาว ขายาวแล้ว มันยังสามารถลอดช่องเข้ามาได้ค่ะ... คนที่แพ้ก็จะมีอาการบวมแดง และคันมาก ๆ มีน้องคนหนึ่ง ถึงขนาดเป็นไข้เลยค่ะ น่ากลัวมาก ๆ ค่ะ

แต่ด้วยความที่นกเยอะ ทำให้ความกลัวต่อตัวคุ่นลดลง ยังคงมุ่งมั่นในการเดินดูนกต่อไปค่ะ
มาดูกันต่อดีกว่า ว่าเจ้า กล้อง canon powershot SX40HS จะถ่ายอะไรได้บ้างค่ะ
 ภาพวิวบนยอดดอย ภูสวรรค์ จุดสูงสุดของ อช.แม่วงก์ค่ะ สวยมาก ๆ ค่ะ
 บรรยากาศระหว่างเดินขึ้นไป เป็นช่วงเวลายามเช้าค่ะ
 ถึงกล้องไม่เร็วนัก แต่เจ้านกเล็ก ๆ ที่โดดไปโดดมา บ้างค่ะ ถ้าแสงได้ ต้นไม้ไม่รกมาก ก็ได้ถ่ายนะค่ะ ถึงไม่ค่อยชัดนัก
 ส่วนเจ้ากะทาคอสีแสด ตัวเนี่ย ก็เป็นนกไฮไลท์ ของแม่วงก์ เหมือนกันนะค่ะ หากินตามพื้น ต้องนั่งรอเฉย ๆ ตรงจุดเส้นทางที่เขาหากิน ก็จะได้พบค่ะ
 ส่วนเจ้านกเขนน้ำเงินหางขาวเนี่ย ถ่ายไม่ยาก แต่ด้วยแสงที่มืด ทำให้ดัน ISO สุงสุด 3200 ภาพจึงมี Noise เยอะมากค่ะ และไม่ค่อยคมชัด ภาพเนี่ย ชัดสุดแล้วค่ะ

 ส่วนเจ้าตั้งล้อ ก็อยู่ไกล ๆ ค่ะ แต่ยังโชคดีที่เป็นนกที่มีลักษณะเฉพาะ ทำให้สามารถไอเดนได้อย่างง่าย ๆ ค่ะ
 ส่วนภาพนี่ เห็นนกปรอดหัวตาขาว กันไหมค่ะ อยู่ตรงไหนเอ่ย.....
 เจ้าจับแมลงคอสีเทา ก็มาเล่นน้ำค่ะ แสงน้อยมาก ถ่ายตอนเล่นน้ำ ได้แต่ภาพสั่นไหว จึงได้ภาพดี ๆ มาแค่ 1 ภาพค่ะ
ตัวเนี่ย ภูมิใจนำเสนอมากค่ะ เจ้านกภูหงอนพม่า ที่น่ารัก สองตัว มาเล่นน้ำกัน และแสงเพียงพอ ทำให้จับภาพมาได้หลายภาพค่ะ น่ารักเกินบรรยายค่ะ
 ส่วนเจ้าเอี้ยงถ้ำตัวเนี่ย แสงน้อยมาก ทำให้ขนที่ต้องเป็นสีน้ำเงินเข้ม กลายเป็นสีดำ สีเพี้ยนมาก ๆ ค่ะ ทั้ง ๆ ที่มาอยู่ใกล้ ๆ ถ้าไม่ได้เห็นตัวเป็น ๆ คงไอเด็นผิดแน่ ๆ ค่ะ

ส่วนนกที่คล้ายไก่ และนกยูง ตัวเนี่ย ชื่อ เจ้านกแว่นหลังเทาค่ะ ตัวใหญ่ หาตัวยาก แต่นับว่าเป็นโชคดีที่ได้มาค่ะ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในบังไพร แต่โชคดีที่เขาเดินมาหากินแถวนี้ ทำให้เราได้พบกัน และเป็นยามบ่าย ที่มีแสงเพียงพอ จึงถ่ายมาได้อย่างน่ารักมาก ๆ ค่ะ

เห็นไหมค่ะ เจ้ากล้อง canon powershot SX40HS ตัวเล็ก ๆ ข้อจำกัดเยอะแยะ แต่ก็ยังสามารถถ่ายนกมาได้ ถึงคุณภาพของภาพจะสูงกล้องเลนส์ กล้องใหญ่ ๆ ไม่ได้ แต่ถ้าเรามีความสุข สนุกกับการดูนก พบนกที่น่ารัก และเก็บภาพมันมาเป็นที่ระลึก เราก็จะมีความสุข กับกล้องนี้ ไม่แพ้กล้องใหญ่ ๆ หรือกล้องเลนส์นะค่ะ