ลงทะเบียนกับ PayPal และรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิตได้ทันที

วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

นกชายเลนปากช้อน (Spoon-billed Sandpiper) แห่งปากทะเล

นกชายเลนปากช้อน (Spoon-billed Sandpiper) 

ปากทะเล แหล่งดูนกชายเลน นาเกลือแห่งสุดท้ายของเมืองไทย ในการติดตามดูนกชายเลนที่หายาก หรือนกชายเลนที่อพยบมาในเมืองไทย และตัวที่อยู่ในจุดวิกฤต เหลือเพียงไม่ถึง 2000 ตัวในโลก คือ น้องสปูนนี่ หรือ นกชายเลนปากช้อน Spoon-billed Sandpiper นั้นเอง 

ในทุก ๆ ปี ของประเทศไทย ในช่วงเดือน ตุลาคม ถึง มีนาคม จะเริ่มมีนักดูนก นักอนุรักษ์ได้ทำการติดตามาดูนก ตามหานกชายเลนปากช้อนนี้ กันที่ โคกขาม และ ปากทะเล  ในส่วนของปากทะเล มีศูนย์อนุรักษ์นก และพื้นที่อนุรักษ์ของทางงสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย ร่วมกับประชาชนในท้องถิ่น และส่วนราชการในการทำพื้นที่ชุ่มน้ำสำหรับการอนุรักษ์นกชายเลน เพื่อให้เป็นแหล่งอาหารที่พำนักพักพิง ในช่วงฤดูอพยบของเหล่านกชายเลน ซึ่งมีรายการชนิดของนกชายเลนที่พบในพื้นที่มากกว่า 100 ชนิด และนกที่หายากใกล้สูญพันธุ์ชนิดหนึ่งก็คือ นกชายเลนปากช้อน หรือน้อง สปูนนี่ของเหล่านักดูนก

ในเดือนพฤศจิกายนนี้ เราได้มีโอกาสร่วมกับทางนักอนุรักษ์ไปติดตามดูนกชายเลนปากช้อน และในปี 2560 นี้ มีรายงานการพบนกชายเลนปากช้อนถึง 5 ตัวตั้งแต่ต้นฤดูกาลอพยบ โดยมี 3 ตัว ที่ยังไม่มีป้ายติดตามที่พวกนักอนุรักษ์เรียกว่าธง และมีเรื่องเล่าของ นกชายเลนปากช้อน ที่ติดรหัสธง 05 ว่า มีการเดินทางมาที่เมืองไทยนานถึง 5 ปี แล้ว และมีรายงานการจับคู่ของเจ้านกตัวเนี่ย และสามารถวางไข่ มีลูก รอดมาได้หลายรอบปี ทำให้เป็นนกคุณแม่ที่ได้รับความสนใจและติดตามของเหล่านักอนุรักษ์....

สำหรับประเทศไทย ปัญหาของการลดลงของพื้นที่ชุ่มน้ำ หรือ การทำนาเกลือแบบสมัยเก่า ไม่มีการคลุมหน้าดิน หรือการทำนาเกลือตามธรรมชาติ ซึ่งจะเป็นแหล่งอาหารของนกชายเลน นั้นมีลดลง อีกทั้ง โครงการของการพัฒนาพื้นที่ การจัดทำโครงการแหล่งพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งกินพื้นที่ของนาเกลือ การพัฒนาเหล่านั้นส่งผลกระทบต่อพื้นที่หากินของนกชายเลนเหล่านั้น และเพิ่มโอกาสเสี่ยงของการสูญพันธุ์ของนกชายเลนปากช้อนในอนาคตอย่างแน่นอน...


เราอยากแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้ไปลองเรียนรู้วิถีการทำนาเกลือ เรียนรู้จักนกชายเลนชนิดต่าง ๆ และตระหนักถึงความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของนกชายเลนปากช้อนในเมืองไทย ... หาการพัฒนาโครงการต่าง ๆ ยังไม่สามารถสอดคล้องไปกับธรรมชาติ ลดการทำลายธรรมชาติได้...


วันอังคารที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560

สวนผักดาดฟ้ากรุงเทพ


สวนผักดาดฟ้าของฉัน ในปี 60 นี้ หลังจากที่ฉันออกจากงานกลับมาอยู่บ้านในกรุงเทพ แถวย่านรามอินทรา ฉันต้องการลดภาระค่าใช้จ่าย เรื่องอาหารการกินที่ค่อนข้างแพงสำหรับชีวิตชาวกรุงเทพ ดังนั้น การเลือกที่จะปลูกผักสวนครัวคงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้ฉันลดภาระค่าใช้จ่ายได้

แต่บ้านของฉันเป็นบ้านเดี่ยว ที่มีพื้นที่น้อย และปลูกสร้างด้วยปูนเป็นหลัก พื้นที่เพาะปลูกของฉันจึงมีเฉพาะบนดาดฟ้า ที่พอจะปลูกได้ แต่ดินในกรุงเทพ และวัสดุอื่น ๆ ก็ค่อนข้างมีราคา แพง ฉันจึงเริ่มต้นจากการลงทุนเพียง 1000 บาท เพื่อปลูกต้นไม้ เล็ก ๆ ที่พอใช้ประกอบอาหารได้ อาทิ เช่น ผักบุ้ง โหระพา อัญชัน พริก มะเขือเทศ ในช่วง 2 - 3 เดือนแรก ฉันต้องลงทุน ลงแรง ไปกับค่าวัสดุการเพาะปลูกอย่างมาก และพบกับปัญหาเรื่องของโรคแมลงต่าง ๆ กระเจี๊ยบเขียวของฉันถูกเพลี้ยลงตายไป 20 ต้น ต้องถอนออกหมด ฉันจึงศึกษาเรื่องการหมักน้ำยาไล่แมลง และเรียนรู้เรื่องระยะเวลาในการฉีดพ่นเพื่อไล่แมลง ฉันยังพบปัญหาของการปลูกผักสลัดอีกด้วย เรื่องของหอยทาก เรื่องของหอยขาวสาร เรื่องของฝนที่ตกหนักเกินไปทำให้ใบช้ำ ต้นตาย และอีกมากมาย....

และหลังจากผ่านมา 7 เดือน ความรู้ค่อย ๆ สะสม ณ วันนี้ สวนของฉันเริ่มมีผลผลิตให้เก็บเกียวได้ในทุก ๆ เช้า การถูกรบกวนจากศัตรูพืช โรคแมลงต่าง ๆ ก็ลดลง หากวันนี้ฉันได้เห็น แมลงหลายชนิดอยูในสวนของฉัน อาทิเช่น ผีเสื้อ แมลงเต่าทอง แมงปอ ทำให้รู้สึกถึงระบบนิเวศน์ของสวนฉันกำลังเป็นไปด้วยดี







script async src="//pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js">
ทุกวันนี้ ฉัน อยูอย่างพอเพียง ตามแนวทางของพ่อ ตื่นเช้ามาเดินดูสวนผักดาดฟ้า จับหนอน จับทาก ออกจากต้นไม้ของฉัน เก็บเกี่ยวผลผลิตที่มีในยามเช้า คิดว่าจะนำมาทำอะไรทาน ต่อไปฉันจะลองปลูกข้าว ลองปลูกอีกหลาย ๆ อย่าง เพื่อสักวัน จะพอให้ฉันทานได้ตลอดทั้งวัน....

ขอบคุณโชคชะตา และเส้นทางที่ฉันเลือกเอง...


วันศุกร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2560

Meerkart เมียร์แคท สัตว์ป่าสู่เมืองกรุง

Meerkat เมียร์แคท มีถิ่นกำเนิดที่แอฟริกาใต้ ทะเลทราย Kalahari และทะเลทราย Namib เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ตระกูลเดียวกับพังพอน


อาศัยกันอยู่เป็นครอบครัว ประมาณ 20 - 30 ตัว แต่บางครั้งในครอบครัวใหญ่ โดยจะขุดโพรงลงไปในดินเป็นที่อยู่อาศัยสามารถอยู่ได้ถึง 12- 14 ปี

พฤติกรรมน่ารักของเมียร์แคทที่เป็นจุดเด่นก็คือ การนั่งหรือยืนสองขาเพื่อเฝ้ามอง ระวังภัยจากผู้ล่าในธรรมชาติ

ตัวผู้ทำหน้าที่เป็นยาม โดยพวกมันจะยืดตัวยืนด้วยขาหลัง สายตาสอดส่องดูสัตว์นักล่าผู้อันตราย ส่งสัญญาณหรือร้องอย่างเสียงดังคล้ายลูกสุนัขเห่า พร้อมกับล้ม


ในกรุงเทพเรา สามารถพบเห็นเมียร์แคทได้หลายสถานที่ โดยเฉพาะ ในสวนจตุจักร และสวนสาธารณ เพื่อมีการนำมาเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงเพื่อนแก้เหงา หรือพบได้ในคาเฟ่สัตว์แปลกบ้างที่ ซึ่งนำเข้าเมียร์แคท มาเปิดให้ผู้เข้ามาลิ้มรสอาหารเครื่องดื่มได้เล่น ได้อุ้มเจ้าเมียร์แคท ภายในกติกาการซื้อบัตรเข้าชม หรือซื้ออาหารในมูลค่าขั้นต่ำต่าง ๆ 

จากสัตว์ป่าสู่สัตว์เลี้ยง สัตว์ในเมือง เพราะความน่ารัก คล้ายลูกสุนัข นิสัยไม่ดุ ไม่กัด ชอบเล่น จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ....จึงเป็นกระแสทำให้เมียร์แคทถูกนำเข้ามาขายยังประเทศไทยมากมาย และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวัน 

ถูกหรือผิด กฏหมายไม่สามารถตัดสินได้ในวันนี้ และขอให้ท่านผู้อ่านพิจารณาเลือกเองว่า จะรักเมียร์แคทแบบไหน .... รักที่จะให้อยู่กับตัว หรือรักที่จะให้อิสระแก่เขา...







ทีมนักอนุรักษ์ ส่งโครงการ "กรงไม่ใช่บ้าน" สำหรับการอนุรักษ์นกปรอดหัวโขน ปรอดหัวจุก 
โครงการ"รักควรให้....อิสระไม่เอามาเลี้ยง" สำหรับสัตว์ป่าทุกชนิด

สำหรับในประเทศไทย เราสามารถไปชื่นชมความน่ารักของเหล่าฝูง เมียร์แคทได้ง่าย ๆ ที่สวนสัตว์หลายแห่งทั่วไทยค่ะ เช่น สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์เปิดโคราช เป็นต้น


วันพุธที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ประสบการณ์กับร้านกาแฟสัตว์แปลก

วันนี้เราได้ไปเที่ยวร้านกาแฟแห่งหนึ่งที่มีสัตว์แปลก ๆ ให้เล่น เมื่อไปถึงที่ร้าน ให้เปลี่ยนรองเท้า และล้างมือ ก่อนเข้าร้าน เปิดเข้าร้านไปมีน้องสุนัขมาตอนรับ 2-3 ตัว น่ารัก เป็นมิตรมาก ๆ พนักงานเสริฟก็เอาเมนูมาให้วางให้ที่โต๊ะ (เราไม่ได้เลือกโต๊ะเอง พนักงานเหมือนมาวางให้ว่าต้องนั่งโต๊ะนี้ พวกเราก็โอเค ไม่ว่ากันอยู่แล้ว ดูเมนูแล้ว เครื่องดื่มราคา 120 บาทต่อแก้ว (เข้าใจว่าคงรวมค่าเล่นกับสัตว์ไป) อาหารและของว่าง ราคา 200 up ถามเมนูขนม หมด หมด หมด สรุป เหลือแต่ไอศครีม ถ้วยละ 160 up กับ 1 สกูป (เข้าใจว่า ร่วมค่าเล่นกับสัตว์) น้อง ๆ สัตว์แปลกจะอยู่ในห้องแอร์พิเศษ แต่ถ้าจะเขาไป ทางร้านมีกฏบังคับว่า ลูกค้า 1 ท่าน ต้ัองสั่งอาหาร 1 อย่าง หรือ เครื่องดื่ม 1 อย่างบวกของหวาน 1 อย่าง จึงจะเข้าไปเล่นกับน้องได้ ...(สรุปแต่ละคนต้องจ่ายอย่างน้อย 300 บาท จึงจะเข้าไปเล่นกับน้องได้) พวกเรามองหน้ากันแล้วรู้สึกไม่ค่อยโอเคเลย เหมือนโดนบังคับ แต่ก็เข้าใจว่า มีความใช้จ่ายในการดูแล แต่ขายเป็นตั๋วให้ชัดเจน แล้วแลกซื้ออาหารดีไหม แต่พอดีว่า เพื่อนคนหนึ่งเคยมาแล้ว เขาบอกว่า อาหารไม่อร่อยมาก ๆ พวกเราเลยทานข้าวมาจากร้านอื่น แล้ว ตั้งใจมาทานขนม กับเครื่องดื่ม แต่ขนมก็หมด เลือกแต่ไอศครีม ซึ่ง วันนี้ฝนตกอากาศหนาวมาก ๆ เลย ... มองหน้ากันแล้ว ยอม ไม่เล่นก็น้องก็ได้ มองอย่างเดียว...

เรานั่งเล่น จิบน้ำชาร้อน ที่สั่งไป ดูเหมือนทางร้านคงไม่พอใจ ที่มาแล้วสั่งแต่เครื่องดื่ม เราขอรหัสไวไฟ เขาก็ไม่ให้ บอกว่าไม่มี แต่ในเว็บไซด์แจ้งว่าไวไฟฟรี และเราก็เห็นว่ามีเลาเตอร์ไวไฟอยู่ เราขอไปเข้าห้องน้ำ ภายในห้องน้ำไม่ค่อยสะอาดนัก เรานั่งเล่นกับสุนัขไปสักพัก ก็รู้สึกว่าคัน และมีตุ่มขึ้นตามตัว เป็นตุ่มที่แขน ขา เราก็ตกใจว่าแพ้อะไรหรือเปล่า คันมาก ๆ เลย ลักษณะเหมือนโดนยุงกัน แต่มันกัดหลายตุ่มมาก เลย ทั้งที่แขน หน้า ก้น ขา ทั้งที่เราใส่กางเกงยีนส์ขายาว คันจนทนไม่ไหว เลยออกมาจากร้าน เข้าร้านขายยา ให้เภสัชกรดู ก็น่าจะเป็นยุงหรือตัวเหลือบ ไร ที่กัดแล้วบวม เลยได้ยามาทาแก้คัน

รู้สึกแย่มาก ๆ เลย กับประสบการณ์แบบนี้ แต่ก็ประทับใจความน่ารักของสุนัขที่มาต้อนรับ เราเป็นทาสหมาอยู่แล้วด้วย... เลยทั้งกอดทั้งหอม แต่ไม่เข้าใจพนักงานการบริการของร้านนี้ ว่าเกิดอะไรขึ้น เสียดายว่า ทั้งคุณภาพของการบริการ และคุณภาพของอาหาร เครื่องดื่ม และน้อง ๆ สัตว์แปลกก็ลดจำนวนลง (เพื่อนที่เคยมาบอก)  พวกเรากลับไปด้วยความรู้สึกแย่มาก ๆ เลย ...



หากผู้เกี่ยวข้องกับคาเฟ่แห่งนี้ได้เข้ามาอ่านบทความนี้ อยากขอร้องให้ปรับปรุงบริการ และผลิตภัณฑ์อาหารเครื่องดื่มที่จำหน่ายให้ผู้บริโภค ได้รู้สึกคุ้มค่าในการมาใช้บริการหน่อยค่ะ ราคาแพงไม่ว่า แต่ถ้าไม่อร่อย และบริการไม่ประทับใจ มันรู้สึกแย่มาก ๆ เลยค่ะ...

ปล. แต่น้อง ๆ สุนัขทุกตัวกลิ่นหอมสะอาดดีนะค่ะ อุ้ม และดมมาแล้วค่ะ

มาเดินทางไปดาวอังคารด้วยกันไหมค่ะ

กิจกรรมสร้างสรรค์ของนาซ่า เปิดให้พวกเราทุกคนมีส่วนร่วมในการเดินทางมุ่งสู่ดาวอังคารแล้ววันนี้...ในโครงการที่ชื่อว่า  Mars Exploration Program ซึ่งในเว็บไซด์ เปิดให้เข้าร่วมลงชื่อเพื่อรับตั๋วเดินทางไปดาวอังคาร และมีข้อมูลต่าง ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับดาวอังคารมากมาย ตลอดจนโครงการที่นาซ่าได้ทำการสำรวจดาวอังคารไว้

แม้ว่าในตอนนี้อาจจะยังไม่มีเที่ยวบินที่ส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร แต่เราก็สามารถที่จะส่งชื่อไปไว้บนดาวอังคาร กับภารกิจยานอินไซต์ (InSight) ได้แล้วในโครงการนี้
.

นาซ่าได้เปิดให้ทุกคนสามารถส่งชื่อของตัวเองไปกับยานอินไซต์ ซึ่งมีกำหนดปล่อยยานเดือนพฤษภาคมปีหน้า และจะเดินทางไปถึงในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน โดยยานอินไซต์นั้นเป็นภารกิจหนึ่งในโครงการ Discovery ที่มีภารกิจในการสำรวจขั้วในของดาวอังคาร และคอยฟังการเกิดแผ่นดินไหวบนดาวแดงดวงนี้ด้วย

กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจ เสริมสร้างจินตนาการ ให้ความรู้เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ไม่จำกัดอายุ เพราะทุกคนสามารถมีความฝันที่จะเดินทางออกนอกโลก หรือไปเหยียบดาวอังคารได้

เราเองก็เป็นคนหนึ่ง คนธรรมดา ที่ไม่ได้มีความฉลาด เฉลียว หรือเป็นอัจฉริยะทางด้านใด แต่มีนิสัยอยากเรียนรู้ ออกไปผจญภัย และหาประสบการณ์ความตื่นเต้นต่าง ๆ ในชีวิต แม้เป็นเพียงกิจกรรมร่วมสนุกเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ นาซ่า ได้จุดประการของจินตนาการในการมีชื่อเราเดินทางออกไปบนดาวอังคาร


เราจึงอยากเชิญชวนเพื่อน ๆ มาเรียนรู้เรื่องต่าง ๆ ของดาวอังคาร และมาร่วมลงชื่อเดินทางไปดาวอังคารด้วยกัน ผ่านทางเว็บไซด์นี้  https://mars.nasa.gov/ โดยมีกำหนดการเดินทางในเดือน May 2018 เราสามารถช่วยเพื่อน ๆ พ่อ แม่ น้อง ๆ ลูก ไปด้วยกันได้

ลงทะเบียนกันแล้วอย่าลืม มาโชว์ตั๋วเดินทางไปด้วยนะค่ะ เราจะได้มาเพื่อนไปทำกิจกรรมต่าง ๆ บนดาวอังคารด้วยกัน ^()^