ลงทะเบียนกับ PayPal และรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิตได้ทันที

วันศุกร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2560

Meerkart เมียร์แคท สัตว์ป่าสู่เมืองกรุง

Meerkat เมียร์แคท มีถิ่นกำเนิดที่แอฟริกาใต้ ทะเลทราย Kalahari และทะเลทราย Namib เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ตระกูลเดียวกับพังพอน


อาศัยกันอยู่เป็นครอบครัว ประมาณ 20 - 30 ตัว แต่บางครั้งในครอบครัวใหญ่ โดยจะขุดโพรงลงไปในดินเป็นที่อยู่อาศัยสามารถอยู่ได้ถึง 12- 14 ปี

พฤติกรรมน่ารักของเมียร์แคทที่เป็นจุดเด่นก็คือ การนั่งหรือยืนสองขาเพื่อเฝ้ามอง ระวังภัยจากผู้ล่าในธรรมชาติ

ตัวผู้ทำหน้าที่เป็นยาม โดยพวกมันจะยืดตัวยืนด้วยขาหลัง สายตาสอดส่องดูสัตว์นักล่าผู้อันตราย ส่งสัญญาณหรือร้องอย่างเสียงดังคล้ายลูกสุนัขเห่า พร้อมกับล้ม


ในกรุงเทพเรา สามารถพบเห็นเมียร์แคทได้หลายสถานที่ โดยเฉพาะ ในสวนจตุจักร และสวนสาธารณ เพื่อมีการนำมาเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงเพื่อนแก้เหงา หรือพบได้ในคาเฟ่สัตว์แปลกบ้างที่ ซึ่งนำเข้าเมียร์แคท มาเปิดให้ผู้เข้ามาลิ้มรสอาหารเครื่องดื่มได้เล่น ได้อุ้มเจ้าเมียร์แคท ภายในกติกาการซื้อบัตรเข้าชม หรือซื้ออาหารในมูลค่าขั้นต่ำต่าง ๆ 

จากสัตว์ป่าสู่สัตว์เลี้ยง สัตว์ในเมือง เพราะความน่ารัก คล้ายลูกสุนัข นิสัยไม่ดุ ไม่กัด ชอบเล่น จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ....จึงเป็นกระแสทำให้เมียร์แคทถูกนำเข้ามาขายยังประเทศไทยมากมาย และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวัน 

ถูกหรือผิด กฏหมายไม่สามารถตัดสินได้ในวันนี้ และขอให้ท่านผู้อ่านพิจารณาเลือกเองว่า จะรักเมียร์แคทแบบไหน .... รักที่จะให้อยู่กับตัว หรือรักที่จะให้อิสระแก่เขา...







ทีมนักอนุรักษ์ ส่งโครงการ "กรงไม่ใช่บ้าน" สำหรับการอนุรักษ์นกปรอดหัวโขน ปรอดหัวจุก 
โครงการ"รักควรให้....อิสระไม่เอามาเลี้ยง" สำหรับสัตว์ป่าทุกชนิด

สำหรับในประเทศไทย เราสามารถไปชื่นชมความน่ารักของเหล่าฝูง เมียร์แคทได้ง่าย ๆ ที่สวนสัตว์หลายแห่งทั่วไทยค่ะ เช่น สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์เปิดโคราช เป็นต้น


วันพุธที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ประสบการณ์กับร้านกาแฟสัตว์แปลก

วันนี้เราได้ไปเที่ยวร้านกาแฟแห่งหนึ่งที่มีสัตว์แปลก ๆ ให้เล่น เมื่อไปถึงที่ร้าน ให้เปลี่ยนรองเท้า และล้างมือ ก่อนเข้าร้าน เปิดเข้าร้านไปมีน้องสุนัขมาตอนรับ 2-3 ตัว น่ารัก เป็นมิตรมาก ๆ พนักงานเสริฟก็เอาเมนูมาให้วางให้ที่โต๊ะ (เราไม่ได้เลือกโต๊ะเอง พนักงานเหมือนมาวางให้ว่าต้องนั่งโต๊ะนี้ พวกเราก็โอเค ไม่ว่ากันอยู่แล้ว ดูเมนูแล้ว เครื่องดื่มราคา 120 บาทต่อแก้ว (เข้าใจว่าคงรวมค่าเล่นกับสัตว์ไป) อาหารและของว่าง ราคา 200 up ถามเมนูขนม หมด หมด หมด สรุป เหลือแต่ไอศครีม ถ้วยละ 160 up กับ 1 สกูป (เข้าใจว่า ร่วมค่าเล่นกับสัตว์) น้อง ๆ สัตว์แปลกจะอยู่ในห้องแอร์พิเศษ แต่ถ้าจะเขาไป ทางร้านมีกฏบังคับว่า ลูกค้า 1 ท่าน ต้ัองสั่งอาหาร 1 อย่าง หรือ เครื่องดื่ม 1 อย่างบวกของหวาน 1 อย่าง จึงจะเข้าไปเล่นกับน้องได้ ...(สรุปแต่ละคนต้องจ่ายอย่างน้อย 300 บาท จึงจะเข้าไปเล่นกับน้องได้) พวกเรามองหน้ากันแล้วรู้สึกไม่ค่อยโอเคเลย เหมือนโดนบังคับ แต่ก็เข้าใจว่า มีความใช้จ่ายในการดูแล แต่ขายเป็นตั๋วให้ชัดเจน แล้วแลกซื้ออาหารดีไหม แต่พอดีว่า เพื่อนคนหนึ่งเคยมาแล้ว เขาบอกว่า อาหารไม่อร่อยมาก ๆ พวกเราเลยทานข้าวมาจากร้านอื่น แล้ว ตั้งใจมาทานขนม กับเครื่องดื่ม แต่ขนมก็หมด เลือกแต่ไอศครีม ซึ่ง วันนี้ฝนตกอากาศหนาวมาก ๆ เลย ... มองหน้ากันแล้ว ยอม ไม่เล่นก็น้องก็ได้ มองอย่างเดียว...

เรานั่งเล่น จิบน้ำชาร้อน ที่สั่งไป ดูเหมือนทางร้านคงไม่พอใจ ที่มาแล้วสั่งแต่เครื่องดื่ม เราขอรหัสไวไฟ เขาก็ไม่ให้ บอกว่าไม่มี แต่ในเว็บไซด์แจ้งว่าไวไฟฟรี และเราก็เห็นว่ามีเลาเตอร์ไวไฟอยู่ เราขอไปเข้าห้องน้ำ ภายในห้องน้ำไม่ค่อยสะอาดนัก เรานั่งเล่นกับสุนัขไปสักพัก ก็รู้สึกว่าคัน และมีตุ่มขึ้นตามตัว เป็นตุ่มที่แขน ขา เราก็ตกใจว่าแพ้อะไรหรือเปล่า คันมาก ๆ เลย ลักษณะเหมือนโดนยุงกัน แต่มันกัดหลายตุ่มมาก เลย ทั้งที่แขน หน้า ก้น ขา ทั้งที่เราใส่กางเกงยีนส์ขายาว คันจนทนไม่ไหว เลยออกมาจากร้าน เข้าร้านขายยา ให้เภสัชกรดู ก็น่าจะเป็นยุงหรือตัวเหลือบ ไร ที่กัดแล้วบวม เลยได้ยามาทาแก้คัน

รู้สึกแย่มาก ๆ เลย กับประสบการณ์แบบนี้ แต่ก็ประทับใจความน่ารักของสุนัขที่มาต้อนรับ เราเป็นทาสหมาอยู่แล้วด้วย... เลยทั้งกอดทั้งหอม แต่ไม่เข้าใจพนักงานการบริการของร้านนี้ ว่าเกิดอะไรขึ้น เสียดายว่า ทั้งคุณภาพของการบริการ และคุณภาพของอาหาร เครื่องดื่ม และน้อง ๆ สัตว์แปลกก็ลดจำนวนลง (เพื่อนที่เคยมาบอก)  พวกเรากลับไปด้วยความรู้สึกแย่มาก ๆ เลย ...



หากผู้เกี่ยวข้องกับคาเฟ่แห่งนี้ได้เข้ามาอ่านบทความนี้ อยากขอร้องให้ปรับปรุงบริการ และผลิตภัณฑ์อาหารเครื่องดื่มที่จำหน่ายให้ผู้บริโภค ได้รู้สึกคุ้มค่าในการมาใช้บริการหน่อยค่ะ ราคาแพงไม่ว่า แต่ถ้าไม่อร่อย และบริการไม่ประทับใจ มันรู้สึกแย่มาก ๆ เลยค่ะ...

ปล. แต่น้อง ๆ สุนัขทุกตัวกลิ่นหอมสะอาดดีนะค่ะ อุ้ม และดมมาแล้วค่ะ

มาเดินทางไปดาวอังคารด้วยกันไหมค่ะ

กิจกรรมสร้างสรรค์ของนาซ่า เปิดให้พวกเราทุกคนมีส่วนร่วมในการเดินทางมุ่งสู่ดาวอังคารแล้ววันนี้...ในโครงการที่ชื่อว่า  Mars Exploration Program ซึ่งในเว็บไซด์ เปิดให้เข้าร่วมลงชื่อเพื่อรับตั๋วเดินทางไปดาวอังคาร และมีข้อมูลต่าง ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับดาวอังคารมากมาย ตลอดจนโครงการที่นาซ่าได้ทำการสำรวจดาวอังคารไว้

แม้ว่าในตอนนี้อาจจะยังไม่มีเที่ยวบินที่ส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร แต่เราก็สามารถที่จะส่งชื่อไปไว้บนดาวอังคาร กับภารกิจยานอินไซต์ (InSight) ได้แล้วในโครงการนี้
.

นาซ่าได้เปิดให้ทุกคนสามารถส่งชื่อของตัวเองไปกับยานอินไซต์ ซึ่งมีกำหนดปล่อยยานเดือนพฤษภาคมปีหน้า และจะเดินทางไปถึงในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน โดยยานอินไซต์นั้นเป็นภารกิจหนึ่งในโครงการ Discovery ที่มีภารกิจในการสำรวจขั้วในของดาวอังคาร และคอยฟังการเกิดแผ่นดินไหวบนดาวแดงดวงนี้ด้วย

กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจ เสริมสร้างจินตนาการ ให้ความรู้เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ไม่จำกัดอายุ เพราะทุกคนสามารถมีความฝันที่จะเดินทางออกนอกโลก หรือไปเหยียบดาวอังคารได้

เราเองก็เป็นคนหนึ่ง คนธรรมดา ที่ไม่ได้มีความฉลาด เฉลียว หรือเป็นอัจฉริยะทางด้านใด แต่มีนิสัยอยากเรียนรู้ ออกไปผจญภัย และหาประสบการณ์ความตื่นเต้นต่าง ๆ ในชีวิต แม้เป็นเพียงกิจกรรมร่วมสนุกเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ นาซ่า ได้จุดประการของจินตนาการในการมีชื่อเราเดินทางออกไปบนดาวอังคาร


เราจึงอยากเชิญชวนเพื่อน ๆ มาเรียนรู้เรื่องต่าง ๆ ของดาวอังคาร และมาร่วมลงชื่อเดินทางไปดาวอังคารด้วยกัน ผ่านทางเว็บไซด์นี้  https://mars.nasa.gov/ โดยมีกำหนดการเดินทางในเดือน May 2018 เราสามารถช่วยเพื่อน ๆ พ่อ แม่ น้อง ๆ ลูก ไปด้วยกันได้

ลงทะเบียนกันแล้วอย่าลืม มาโชว์ตั๋วเดินทางไปด้วยนะค่ะ เราจะได้มาเพื่อนไปทำกิจกรรมต่าง ๆ บนดาวอังคารด้วยกัน ^()^


วันจันทร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2560

อสรพิษร้ายที่นิ่งสงบ "งูกะปะ"

งูกะปะ เป็นงูพิษที่มีพิษรุนแรงมาก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Calloselasma rhodostoma จัดเป็นงูเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่อยู่ในสกุล Calloselasma โดยไม่มีชนิดย่อย

ลักษณะของงูกะปะ
หัวเป็นรูปสามเหลี่ยม คอเล็ก ลำตัวอ้วน หางเรียวสั้น มีลายเป็นรูปเหมือนหลังคาบ้านอยู่ด้านข้างตลอดลำตัว มีสีเทาอมชมพูลายสีน้ำตาลเข้ม เกล็ดมีขนาดใหญ่ จะงอยปากงอนขึ้นข้างบน หากินเวลาพลบค่ำและกลางคืน โดยเฉพาะในเวลาที่มีความชื้นในอากาศสูง เช่น หลังฝนตก ชอบอาศัยในดินปนทรายที่มีใบไม้หรือเศษซากไม้ทับถมกันเพื่อซ่อนตัว ด้วยสีสันและลวดลายจึงทำให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมได้อย่างดีเยี่ยม เป็นงูที่ไม่ปราดเปรียว เวลาตกใจจะงอตัวหรือขดนิ่ง แต่ฉกกัดรวดเร็วมาก
จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีการบันทึกสถิติคนถูกงูกะปะกัดมากเป็นอันดับที่สองของงูในประเทศไทย

พิษงูกะปะจัดเป็นพวก hemotoxin มีผลต่อระบบเลือด ทำให้เลือดออกมากผิดปกติ เมื่อถูกงูกะปะกัดจึงไม่ความปฐมพยาบาลด้วยการมัดเหนือบาดแผล เพราะอาจทำให้ต้องสูญเสียอวัยวะนั้นได้ เนื่องจากการคั่งของเลือดส่งผลให้อวัยวะนั้นเสียหายได้ วิธีที่ดีที่สุดคือการนำส่งแพทย์ให้เร็วที่สุด


การปฐมพยาบาลเบื้องต้นผู้ถูกงูกะปะกัด
1. พยายามบีดเอาเลือดบริเวณบาดแผลออกเท่าที่ทำได้ เพื่อขจัดพิษงูออกจากร่างกาย
2. ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและฟอกสบู่
3. ใช้ผ้าสะอาดซับให้แห้ง เช็ดแผล แล้วนำส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

สิ่งที่ไม่ควรทำในการช่วยเหลือผู้ที่ถูกงูพิษกัด คือ

1.ห้ามใช้เหล้า ยาสีฟัน หรือสิ่งอื่นๆ ทาแผล พอกแผล เนื่องจากอาจทำให้แผลติดเชื้อ
2.ไม่ควรกรีดแผล เนื่องจากจะทำให้พิษงูกระจายเข้าสู่ร่างกายได้เร็วขึ้น
3.ไม่ควรใช้ปากดูดเลือดจากแผลงูกัด เพราะอาจเกิดอันตรายร้ายแรงต่อผู้ดูดได้
4.ห้ามให้ผู้ถูกงูกัดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มผสมคาเฟอีน
5.ห้ามขันชะเนาะเพราะอาจทำให้เนื้อตายได้

พิษของลูกะปะมักแสดงอาการเฉพาะที่ ดังนี้

  • อาการปวดมีน้อย
  • ภายใน 10 นาทีหลังงูกัด บริเวณรอบแผลจะบวมขึ้นย่างรวดเร็วจนกระทั่งแขนหรือขาข้างนั้นบวมไปหมดภายใน 1 ชั่วโมง
  • รอยเขี้ยวจะมีเลือดไหลตลอดเวลาเพราะพิษมีฤทธิ์ทำลายเม็ดเลือด
  • บริเวณแขนขาที่บวมจะมีสีเขียวคล้ำ ผิวหนังเกิดพองตอนแรกมีน้ำใสต่อมา
  • ภายหลังถูกกัดไม่กี่วันรอยเขี้ยวจะเกิดการเน่า


การรักษาผู้ป่วยที่ถูกงูกะปะกัด

1. ให้เซรุ่มแก้พิษงูกะปะได้ผลดีมาก ในรายรุนแรงที่มีเลือดออกตามอวัยวะต่าง ๆ ให้เซรุ่ม 20, 30, 40 ม.ล. เข้ากล้ามเข้าหลอดเลือด จะทำให้เลือดกลับมาเป็นปกติโดยเร็ว ถ้ายังมีอาการแสดงทั่วไปอีก ให้ฉีดเซรุ่มซ้ำ หยุดให้เซรุ่มเมื่อ clot retraction time ปกติ

2. ผู้ป่วยที่ไม่มีอาการแสดงทั่วไปของพิษงู แต่ที่แผลมีเลือดออก หรือออก ๆ หยุด ๆ โดยเฉพาะแผลที่นิ้วมือนิ้วเท้า น่าจะได้รับเซรุ่ม 10, 20, 30 มิลลิลิตร แล้วแต่ผู้รักษาจะกะปริมาณพิษงูที่เข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย

3.ถ้าแผลปกติ อาการแสดงทั่วไปไม่มี ไม่ต้องให้เซรุ่ม

4. ถ้ามี gangrene ทำ Amputation หรือใช้ศัลยกรรมตกแต่ง


หากถูกงูกัดให้โทรแจ้งขอความช่วยเหลือ1669ตลอด 24 ชั่วโมง

วันอังคารที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2560

เอนไซม์หนังสือมากประโยชน์ ราคาเพียง 40 บาท

วันนี้ฉันได้รับหนังสือชื่อ "เอนไซม์" เป็นเอกสารซีร็อกซ์ส่งมาให้.... ในราคาเพียง 40 บาท หน้าปกเขียนว่าบรรณาธิการคือ ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธ์วงศ์

ที่มีเนื้อหาน่าสนใจ คุ้มค่าเกินราคา 40 บาทมากมาย ...
หัวข้อที่ฉันสนใจอ่าน คือ เอนไซม์เกี่ยวข้องอย่างไรกับสุขภาพ และช่วยดูแลสุขภาพได้จริงหรือไม่... ซึ่งฉันจะไม่เขียนอธิบายให้คุณหรอก แต่อยากให้คุณได้มีเก็บไว้อ่านเอง...เรียนรู้ทำความเข้าใจได้เอง



ราคาแสนถูก 40 บาท กับแนวทางในการดูแลสุขภาพให้ดีตลอดชีวิต

ในหนังสือยังกล่าวถึง....จุดเริ่มต้นของการนำน้ำหมักจากผลไม้มาดื่ม มาจากไหน ขั้นตอนของการทำเอนไซม์เพื่อบริโภคทำอย่างไร เราจะดื่มน้ำหมักเอนไซม์จากผลไม้นี้อย่างไร และเมื่อหมักแล้วจะนำไปใช้อย่างไรได้บ้าง...
วิธีการหมักแบบธรรมชาติ ซึ่งทำได้เองง่าย ๆ ปลอดภัย สบายใจเมื่อทำกินเอง... อ่านแล้วก็ลองทำรับประทานเองดูนะค่ะ

สรุปสั้น ๆ ถึงประโยชน์ของเอนไซม์ที่อ่านจากหนังสือเล่มนี้ 

ประโยชน์ของน้ำหมักเอนไซม์จากผลไม้ ฉันสรุปได้ง่าย ๆ คือ
1. ช่วยปรับความเป็นกรดด่างในร่างกาย 
2. ทำให้ระบบการย่อยและการขับถ่ายดีขึ้น
3. ทำให้เซลล์ในร่างกายได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อการซ่อมแซมและเจริญเติบโต
4. ช่วยย่อยสลายสารพิษของเสียในร่างกาย
5. ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย ลดภาวะความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

สนใจสั่งซื้อได้ที่อีเมล์ tusora@gmail.com หรือร้านบ้านรักษ์สุขภาพบีกู๊ด @qwd5997q ค่ะ 

script async src="//pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js">