ลงทะเบียนกับ PayPal และรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิตได้ทันที

วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ถ้าแมวตัวนั้น หายไปจากโลกนี้

หนังเรื่อง "ถ้าแมวตัวนั้น หายไปจากโลกนี้"
   แค่ชื่อเรื่อง ก็ต้องทำให้ทาสแมวทั้งหลาย แห่ไปดูกันแน่นอน และก็ไม่ผิดที่คลาดไว้ น้องชายทาสแมวคนหนึ่ง ส่งเฟตมาชวนไปดูหนังเรื่องนี้ทันที่ พร้อมกับพี่สาวทาสแมวในกลุ่มก็ไม่พลาดด้วยเช่นกัน ตกลองพวกเรานัดกัน 3 คน 2 ทาสแมว กับ 1 ทาสหมา แบบฉัน....

เราเข้าโรงไปดูหนังเรื่องนี้ ด้วยความคาดหวังที่ว่า จะได้เห็นแมวน่ารักในโมเมนต์ หรือท่าทางต่าง ๆ เพราะรู้แต่ว่า เป็นหนังที่คนชอบแมวจะพลาดไม่ได้ โดยไม่ได้สนใจรายละเอียด หรือเนื้อเรื่องมาก่อนหน้านี้เลย เมื่อพวกเราซื้อตั๋วหนังเรียบร้อย ก่อนเข้าโรงหนัง สาวกทาสแมวทั้งสองก็บอกว่า เรื่องนี้เศร้ามาก ต้องร้องไห้แน่นอน ....

เราเอง...ก็คิดเลยว่า ส่งสัยแมวต้องตาย แมวเป็นตัวเอกในการดำเนินเรื่องแน่นอน พอหนังฉายดำเนินเรื่องในช่วงแรก นั่งหาวไป 2 -3 ครั้ง เพราะเนื่อเรื่องดำเนินช้า และก็ไม่เห็นมีโมเมนต์แมวน่ารักอะไรเลย... (มั่วจ้องดูแมว) แต่สักพักเริ่มติดตามไปกับเนื้อเรื่อง ที่ดำเนินเรื่องโดยตัวเอก... เริ่มเข้าใจความหมายที่เขาต้ัองการจะสื่อสารให้คนชมภาพยนต์เรื่องนี้ได้ดูได้รับรู้ ในแง่มุมต่าง ๆ ผ่านตัวละครทุกตัวในเรื่อง....

บทบาทของตัวละครในเรื่องทุกตัว ล้วนมีความหมาย ให้แง่คิด และมุมมองที่สำคัญต่อทุกชีวิต


แง่คิดที่เราได้จากการชมภาพยนต์เรื่องนี้ คือ ทุกชีวิตมีความหมาย มีคุณค่า มีความสำคัญและมีผลกระทบต่อทุกสิ่ง ถึงแม้ว่า เราจะเป็นเพียงคนคนหนึ่งที่ตัวเล็กน้อย เมื่อเทียบกับโลกและสิ่งต่าง ๆ ที่ยิ่งใหญ่ กว้างใหญ่ แต่เราเองก็อาจไม่คาดคิดว่า วันหนึ่ง ถ้าเราจะหายไปจากโลกนี้ ก็ยอมเกิดผลกระทบต่อโลกนี้ได้เช่นกัน ทำให้เรามองเห็นคุณค่าของตนเอง ผู้อื่น สิ่งต่าง ๆ สัตว์ น้อยใหญ่ ทุก ๆ สิ่งยอมมีความหมายด้วยกันทั้งนั้น บางสิ่งอาจกระทบกับเราเพียงเล็กน้อยจนไม่รู้สึก แต่บางสิ่งก็อาจกระทบกับเราจนเรารู้สึก แต่คนอื่นอาจไม่รู้สึก ดังนั้น ทุกสิ่งบนโลกนี้จึงมีคุณค่าด้วยกันทั้งนั้น ... จงอย่างเปรียบเทียบคุณค่าของตนเองกับผู้อื่น หรือมิควรจะเปรียบเทียบ คุณค่าของผู้อื่่น กับสิ่งใด ๆ ทั้งสิ้น 

อีกทั้งแง่คิด ที่ตัวเอกฝ่ายหญิง กล่าวไว้ว่า "จะใช้ชีวิตให้มีคุณค่าที่สุด" ทำให้ขอเลิกกับตัวเอกฝ่ายชาย ก็เป็นประเด็นที่ทำให้ฉุกคิดเช่นกันว่า เพราะอะไร... จนกระทั่งนึกถึงคำพูดของเพื่อนทอม (ในภาพยนต์) ที่ตัวเอกทั้งสองไปเที่ยวและได้พบปะพูดคุยกัน ว่า...เหตุใด ทอมจึงเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ ทั่วโลก และใช้ชีวิตเพื่อตนเองให้คุ้มค่าที่สุด.... เมื่อเรามาพิจารณาจะเห็นว่า พวกเราส่วนมาก มักใช้ชีวิตเพื่อคนอื่น ยึดติดกับคนอื่น จนลืมที่จะทำให้ตนเองมีความสุข หรือลืมตัวตนที่จะทำเพื่อตัวเอง.... มิใช่ความเห็นแก่ตัว แต่การที่เราจะใช้ชีวิตให้คุ้มค่าที่สุดเพื่อตัวเราเอง ก็อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ต้องเลือกที่จะสละบางสิ่งที่เรายึดติดออกไป ซึ่งคิดว่า เป็นเหตุผลที่ทำให้ ตัวเอกฝ่ายหญิง บอกเลิก ตัวเอกฝ่ายชาย และอีกช่วงหนึ่ง ที่ตัวเอกฝ่ายชาย ถามทอมไปว่า หากรู้ว่าพรุ่งนี้จะต้องตาย อยากจะกลับไปบ้านเกิด(ญี่ปุ่น) หรือไม่ และทอมก็ให้คำตอบว่า ชีวิตเขาอยู่ที่ญี่ปุ่นแล้วตั้ง 18 ปี หากช่วงเวลาสุดท้าย เขาก็ไม่แน่ใจ (เป็นคำตอบที่ยังไม่ชัดเจน แต่ก็มีประเด็นให้ฉุกคิด เช่นกัน"


แม้แต่เรื่อง ตัวเพื่อนของตัวเอก ที่ชอบภาพยนต์มาก ... ตัวเอก ขอให้เพื่อน แนะนำภาพยนต์เรื่องที่ควรดูก่อนตาย เพื่อนก็ไม่สามารถเลือก และตัดสินใจให้ได้ หนังต้องการสื่ออะไร ...... เป็นเรื่องที่น่าคิด แต่หากเราจับคำพูดบางอย่างได้ จะเป็นได้ว่า พวกเขากำลังสื่อสารกันว่า ภาพยนต์ไม่มีวันตาย หากยังมีคนที่จดจำ และเล่าต่อกันต่อไป เช่นเดียวกับ ชีวิตคุณความดีของเรา ถึงเราจะตายไป หากแต่ร่างกายสูญสลายจากโลกนี้ คนที่เรารัก คนที่คิดถึงเรา ก็ยังคงเล่าเรื่องราวของเรา ยังคงกล่าวถึงเราอยู่ ก็นับว่าเป็นแง่คิดที่หนังพยายามสื่อสารกับคนดู


แล้วตัวแมวล่ะ คนทำหนัง ต้องการสื่ออะไร จึงใช้ ชื่อหนังว่า "ถ้าแมวตัวนั้น หายไปจากโลกนี้" ทั้ง ๆ ที่ดูแล้ว แมวแทบไม่มีบทบาทอะไร ในการดำเนินเรื่องเลย แต่หากสังเกตุให้ดี คิดว่า เขาต้องการสื่อให้เห็นถึงตัวแทนของสิ่งเล็ก ๆ ที่เรามองเหมือนเป็นสิ่งที่ธรรมดามาก อาจจะอยู่หรือไป ก็ไม่น่ามีผลกระทบต่อตัวเรา แต่เมื่อสิ่งนั้นหายไปความทรงจำดี ๆ เรื่องราวความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจากสิ่งที่สัมผัสกับสิ่งนั้น ก็จะเลือนหายไปด้วย เรียกว่า มีผลกระทบต่อเราเช่นกัน ซึ่งในภาพยนต์ ใช้แมวสื่อให้เห็นความทรงจำกับแม่ของตัวเอก ทำให้ย้อนเห็นความรู้สึกลึก ๆ ของตัวพ่อตัวเอก ที่ไม่ชอบแสดงออก การกระทำเล็ก ๆ ของพ่อที่แสดงถึงความรักต่อแม่และตัวเอกแทบจะมองไม่เห็น ทำให้ตัวเอกไม่พอใจในตัวพ่อ และโกรธตัวพ่อที่มาไม่ทันดูใจแม่ ในภาพยนต์ได้แสดงให้เห็นว่า การที่เขาได้ย้อนกลับไปคิด ก็ทำให้เห็นรายละเอียดตรงนั้นว่า จริง ๆ แล้ว ตัวพ่อได้แสดงความใส่ใจ ความรักออกมาต่อแม่ ต่อตัวเขาซึ่งเป็นลูกชายอย่างไร ตัวเอกจึงพร้อมที่จะกลับไปสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในชีวิตที่เหลือของเขากับพ่อ จึงเป็นอีกข้อคิดหนึ่งที่ทำให้เราคิดว่่า อยากแสดงออกซึ่งความรัก ใส่ใจกับคนที่เรารักในวันนี้ให้มากที่สุด ก่อนจะสายไป 

และยังมีแง่คิดอีกมากมาย ในแต่ละตัวละคร .....อยากให้คนที่จะไปดู หรือคนที่ไปดูมาแล้ว ตั้งใจดู ความต้องการที่คนทำหนังอยากสื่อสารออกมา และกลับมาคิดทบทวนชีวิต ความคิดของเรา ว่า...จะใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า และคุ้มค่าอย่างไร เพื่อตัวเอง และคนที่เรารัก....

ปล. แง่คิดเยอะมาก ๆ เลยค่ะ หากไปดูรอบสอง คงได้จดคำพูด แง่คิด ได้มากกว่านี้ ....

หนังเรื่องนี้ นับว่าเป็นภาพยนต์ที่ดี ที่คนทุกคนควรได้ไปดูค่ะ แล้วช่วยมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะค่ะ ว่าคุณได้แง่คิดอย่างไร 

ไม่มีความคิดเห็น: