ลงทะเบียนกับ PayPal และรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิตได้ทันที

วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2556

นกที่แพงที่สุด กะเต็นปักหลัก บางบาล อยุธยา

"นกที่แพงที่สุด กะเต็นปักหลัก บางบาล อยุธยา....." ใครฟัง ก็ต้องหัวเราะ ต้องสงสัยแน่นอน แพงยังไงเนี่ย อยุธยา ใกล้กรุงเทพแค่เนี่ย แถมเจ้ากะเต็นนามปักหลัก ก็พบเห็นได้ง่าย ๆ ที่บางบาล หรือที่อื่น ๆ ก็มีเยอะแยะ ไม่ใช่นกราคาแพง ไม่ใช่นกหายากแน่นอน แล้วทำไหม....เจ้าถึงบอกว่า "นกที่แพงที่สุด"...????? งง  งง ละซิ... . จะมาแจ้งแถลงไขให้ทราบ ในวันนี้ ลองติดตามอ่านกันต่อไปแล้วกันนะ... ^^ อิอิ...
-->
ณ กลางดึก คืนหนึ่ง ในความฝันมีอยู่ว่า ขณะขับรถอยู่ริมทาง สองข้างทางเป็น ท้องนา เขียวอุดมสมบูรณ์ นกบินไป บินมา เยอะมาก ทำให้มองเพลิน จนขับรถตกไปข้างทาง และรถก็ค่อย ๆ ดิ่งลงสู่น้ำ เล่นเอาตะเกียดตะกาย ขึ้นมาแถบไม่ทัน สะดุ้งตัวตกใจตื่น มองนาฬิกา เป็นเวลา ตี 5 แล้ว รีบอาบน้ำล้างหน้า แปรงฟัน วันนี้จะไปอยุธยา ...ไปหา เจ้ากะเต็นปักหลัก...ที่บางบาล

ตี 5 ครึ้งเดินทางออกจากบ้าน ไปขึ้นทางด่วนสายกาญจนาภิเษกที่ รามอินทรา เสียค่าทางด่วน 30 บาท และอีกด่าน 20 บาท เพื่อมาลงตรง บางปะอิน แล้ววิ่งตรงขึ้นไปอยุธยา จนถึงถนนสาย เลี่ยงเมืองอยุธยา สุพรรณบุรี แล้วมีแยกซ้ายมือเลี้ยงเข้าบางบาล วิ่งตรงไปประมาณ 4 กม. จะเจอะครัวมะนาว บ้านผู้ใหญ่สุนทร แต่ด้วยว่า แสงยังไม่มากนัก จึงตัดสินใจเลยไปที่วัดเก้าห้อง เพื่อดูจาบคาหัวเขียวก่อน เมื่อขับรถไปถึงหัวเก้าห้อง เลยเลี้ยวเข้าไปในวัด แล้วจอดรถเพื่อจะไปไหว้พระ เมื่อจอดรถแล้ว ได้ยินเสียงเจ้าโพระดกร้องเสียงดังมาก เลยเดินไปมองหามันก่อน ก็พบเกาะร้องเสียงดังอยู่ไม่ไกลนัก....
หน้าตา ก็ยังน่ารัก น่าชัง เหมือนเดิม ว่าแล้ว ก็รีบประกบกล้อง ถ่ายเก็บภาพมาให้ดูกันเสียหน่อยค่ะ

ถัดไปอีกต้น เจ้าพญาไฟ 3 ตัว บินโฉบกิ่งไปกิ่งมา จับภาพไม่ทัน จึงได้มาแบบไกล ๆ หน่อยนะค่ะ

นอกจากนั้นก็ยังมีเจ้าบังรอก นกกางเขน เจ้าแซงแซวหางปลา บินไปมาให้ได้ชมกันอีก ยืนดูนกได้สักพัก หันไป เจอะเจ้าจับแมลงคอสีแดง ออกมาใกล้ ๆ เหน่ง ๆ ก็เลยต้องถ่ายมาให้ชมภาพความน่ารักกันเสียหน่อย...
เป็นตัวผู้เสียด้วย คอแดงชัดเจน ในช่วงฤดูผสมพันธู์ หลักจากนั่น ก็ได้ยินเสียงร้องดังมาก ของเจ้านกหัวขวานลายหัวแดง มองหาเท่าไรก็หาตัวไม่เจอะ จนกระทั่งมันบินออกมา แล้วก็บินไป เสียดายมาก ๆ

แสงแดดเริ่มออกแล้ว จะไปดู จาบคาหัวเขียว หน่อย กลับมาที่รถ ปรากฏรถสตาร์ดไม่ติด อ้าว ....ตายแล้วเรา ทำอย่างไรดี พอพีมีพระเดินผ่านมา เลยขอให้หลวงพี่ช่วย หลวงพี่ก็แสนดี โทรตาม คนขับรถตู้ที่วัดให้มาช่วยดูรถให้หน่อย แต่มาแล้ว ก็หาสาเหตุไม่ได้ ชาวบ้านที่มาทำบุญที่วัดก็มาช่วยดู ฟิวส์ให้ว่าขาดหรือเปล่า ช่วยเข็นรถให้ ก็สตาร์ดไม่ติด ทำยังไงก็ไม่ได้

เราจึงโทรหา ผู้ใหญ่สุนทร ที่ครัวมะนาว ให้มาช่วย มาผู้ใหญ่ก็เลยขับรถมาดู แล้วลากรถเรากลับไปที่ครัวมะนาว โทรตามหาช่างมาดูรถให้ ทางลูกชายผู้ใหญ่ ก็มาช่วยตรวจดูฟิวส์รถทั้งหมด ก็ไม่ขาด ผู้ใหญ่ให้เราไปดูนกกะเต็นปักหลักก่อน ฆ่าเวลา ขณะช่วยตามหาช่างให้ โทรไปหาคน ก็ไม่มีช่างมาให้เลย

ส่วนตัวเรา ก็เลย ต้องไปดู เจ้าปักหลักก่อน เพราะเป้าหมายที่มาคือ มาดูเจ้า กะเต็นปักหลัก...เนี่ยหน่า... ต้องทำภาระกิจให้สมบูรณ์

และแล้ว ก็ไม่ผิดหวัง เพราะความน่ารักของมันมากมาย เสียเหลือเกิน
 ที่หลังบ้านผู้ใหญ่ เป็นแหล่งดูเจ้าปักหลักจริง ๆ มีการทำบังไพรไว้เรียบร้อย มีร่องรอยการใช้งานมากมายเสียด้วย
 เจ้าปักหลัก ก็มาตามนัด ส่งเสีย ร้องตลอดเวลา
 มาทั้งตัวผู้ ตัวเมีย ตัวไหนเป็นตัวผู้ ตัวไหนเป็นตัวเมีย รู้ไหมเอ๋ย.....
 ทั้งเสียงร้อง ทั้งหน้าตา ทั้งลีลาก็น่ารัก ทำเอา คลายกังวลเรื่องรถไปเสียสนิทใจ เพลินตา เพลินใจ อยู่กับเจ้าปักหลัก
จนเวลาล่วงเลยไป เข้า 11  โมง กว่า เสียงโทรศัพท์ ก็ดังขึ้น จากผู้ใหญ่สุนทร เรียกให้กลับมาดูรถ

ได้ความว่า ไม่มีช่างมาดูให้ จะทำอย่างไร ให้ทิ้งรถไว้ไหม แล้วค่อยหาช่างมาซ่อม เราจึงต้องเปิดค้นหาข้อมูลช่างซ่อมรถที่ บางบาลใน google กูรู ผู้รู้ทุกเรื่อง ช่วย ได้เบอร์ช่างซ่อมรถในบางบาล มา จึงจะรบกวนให้ผุ้ใหญ่ช่วยลากรถไปที่อู่ให้หน่อย แต่ทางผู้ใหญ่สุนทร ไม่สะดวก แนะนำให้เราจ้างรถยกมายกเข้าอู่ ดีกว่า และช่วยโทรตามรถยกให้

สักพัก รถยกก็มา ช่วยยกเข้าอู่ โดย แนะนำให้ไปอู่ซ่อมรถที่เขารู้จัก จะได้ให้ซ่อมทันที สามารถกลับบ้านได้วันนี้ จึงตกลง ให้ยกรถไปที่อู่นั้น โดยค่ายกรถ ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร จากครัวมะนาว (แพงมากหลักพัน)  หลังจากนั้น ก็มาถึงอู่ติดถนน เก่า ๆ อู่หนึ่ง ดีว่าอยู่ติดถนน ถ้าอยู่ห่างจากถนน เราก็ไม่กล้าเข้าไป เพราะอู่เก่า และน่ากลัวมาก...

ช่างมาสอบถามอาการ และตรวจหาสาเหตุ นานมาก เราก็พยายามจะให้ช่างคุยกับช่างรถที่ซ่อมรถเราประจำ เพื่อจะได้ข้อมูล และตำแหน่งของไดรส์สตารด์ หรืออื่น ๆ แต่ช่างก็ไม่ยอมคุย... แปลกจริงๆ  ...

หาสาเหตุนานกว่า 1 ชั่วโมง ก็ยังไม่พบ เราเลยโทรหาช่างประจำ เล่าอาการให้ช่างฟัง แล้วช่าง ก็แนะนำให้ลองเคาะไดรสสตาร์สดู หรือต่อตรงดู ช่างที่ซ่อม ก็ยังไม่ยอมทำ จนในที่สุดก็ ไปตัดเอาสายไฟขนาดใหญ่มาพันกับแบตเตอรี่ แล้วไปจี้ กับไดรส์สตาร์ เราไม่รู้เรียกว่าต่อตรงหรือเปล่า แต่พอลองสตาร์สมันติดอ่ะ ดีใจมากๆ เลย เพราะเวลานี้ ก็เข้า บ่ายโมงแล้ว กลัวว่าจะไม่ได้กลับบ้าน ช่างซ่อมก็บอกว่า รู้สาเหตุแล้ว รออีก 40 นาที ก็เสร็จ ให้เราเดินเล่น หรือไปกินอะไรก่อนก็ได้

--> เราก็เลยบอกว่า จะเดินเล่นอยู่แถวนี้แล้วกัน เดินไปเดินมา หานกดู ก็เจอะเจ้าบังรอก หางยาว บินข้ามไปแล้วก็มุด ๆ เร็วมาก ๆ เห็นหางไหว ๆ อยู่ จึงเดินไปเรื่อย ๆ อีก จนถึง 30 นาที ก็เดินกลับมา ปรากฏรถซ่อมจะเสร็จแล้ว กำลังประกอบอยู่ ก็เลยมายืนดู เมื่อเสร็จแล้ว ก็สอบถามค่าซ่อม อึ้งไปนิด...ราคานี่หรอ... งั้นขอไปกดตังค์หน่อย ไม่ได้เอามา เลยต้องไปกดเงินจ่ายค่าซ่อม ซึ่งหลังจากขับรถกลับมา ก็เลยเอาไปหาช่างประจำ ช่างตรวจดู แล้วแจ้งว่า สายไฟที่ต่อกับ ไดส์สตารส์มันขาด เขาคงเปลี่ยนให้ใหม่ แล้วซ่อมไปเท่าไร พอเราบอกราคา ช่างก็บอกว่า ถูกหลอกแล้วแหละ จริง ๆ ไม่มีอะไรมาก เราก็เลยถามค่ายกรถ ปกติราคาประมาณเท่าไร เขาก็บอกว่า เริ่มต้นที่ 500 บาท แต่เราเสียไปเป็นพัน

555 นับว่า เป็นการไปดูนก ที่ราคาแพงมาก ๆ จดจำไว้นะ เจ้ากะเต็นปักหลัก เจ้านกราคาแพง ของฉัน....

ไม่มีความคิดเห็น: