ลงทะเบียนกับ PayPal และรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิตได้ทันที

วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2556

ร้านซ่อม printer ห่วย ๆ ที่ เตอะมอลล์งามวงค์วาน

เพื่อน ๆ ค่ะ โปรดระวัง ร้านซ่อม printer ห่วย ๆ ที่เดอะมอลล์งามวงค์วาน ชั้น 5 ชื่อร้าน B.K. PRINT หรือ บี.เค.พริ้นต์ ชั้น 5 ฝั่งศูนย์อาหาร เบอร์โทร 02-9518387 ให้บริการแย่มาก แถมโกงค่าบริการ ค่าซ่อม หลอกลวงการซ่อมด้วยค่ะ ...

เหตุเกินเมื่อเดือนมีนาคม 2556 นี้เองค่ะ เนื่องจาก printer ที่บ้าน เกิดปัญหาพิมพ์ไม่ได้ มีไฟติดพร้อมกัน 2 ปุ่ม ที่รูปกระดาษ และน้ำหมึก จึงยกไปที่ เดอะมอลล์งามวงค์วาน ชั้น 5 เห็นร้านรับซ่อมพิมพ์เตอร์ โดยเฉพาะเลยค่ะ อยู่ติดศูนย์อาหาร ชื่อร้าน บี.เค.พริ้นต์

จึงเข้าไปสอบถาม ว่า printer มีปัญหาแบบนี้ ซ่อมได้ไหม 
เขาก็รับเครื่องไปค่ะ แล้วบอกว่าให้ทิ้งเบอร์โทรไว้ แล้วจะติดต่อไป 
เราก็บอกว่า มีค่าเปิดบริการไหม เขาก็บอกไม่มี มีแค่ค่าซ่อม 
แล้วมันเสียอะไร ค่าซ่อมเท่าไร ให้โทรแจ้งด้วยค่ะ
 เขาก็บอกว่าต้องรอให้ช่างดูก่อน เราจึงทิ้งเครื่องไว้

ผ่านไป 1 วัน ก็ไม่มีการติดต่อกลับมา เราก็เลยโทรไปซ่อมถามที่ร้าน ตามเบอร์โทร 02-6518387 คนรับก็ถามว่า เครื่องยี่ห้ออะไร เราก็บอกไป เขาบอกว่า มีปัญหาเยอะเลย อาจต้องเปลี่ยนอะไหล่ ซึ่ง ต้องให้ช่างอีกคนเขามาดูประมาณ 2 - 3 วัน เราก็บอกว่า ถ้าจะซ่อมอะไร ราคาเท่าไร ให้โทรแจ้งด้วย

ผ่านไปอีก 2 วัน ก็ยังไม่มีการติดต่อกลับมา วันที่ 3 เราจึงเขาไปที่ร้านอีกครั้ง ก็ไปพบคนเฝ้าร้าน เป็นผู้หญิง ประมาณทอม ตัวผอมสูง ผมหยิก กำลังกวาดร้านอยู่ เราก็เขาไปพูดว่า
มาดู printer ที่ฝากไว้ ไม่ทราบว่าซ่อมหรือยัง เขาก็ถามว่า ยี่ห้ออะไร มีใบรับไหม
เราบอกไม่มี แต่ฝากเบอร์ไว้ เขาก็บอกว่าให้บอกชื่อเบอร์มา เราก็บอกว่า ไม่ได้บอกชื่อ ฝากแต่เบอร์โทรศัพท์ไว้ เป็นเครื่องยี่ห้อนี้ เขาก็โมโหเราขึ้นมาแล้ว พูดโวยวายมาว่า บอกชื่อเบอร์มา เราก็บอกว่า ก็ไม่ได้บอกชื่อ แต่ให้เบอร์ เบอร์นี้ไว้ เราก็บอกเบอร์โทรศัพท์ ไป เขาก็โวยวาย ขึ้นเสียว่า เราพูดไม่รู้เรื่อง เราก็เลย งง... และพยายาม ถามเขาว่า ทำไหมต้องอารมณ์เสีย พี่ทำอะไร เขาก็หาว่าเราพูดจาไม่รู้เรื่อง เราก็พยายามช่วยหา ก็เห็น printer เราว่างไว้ เราก็เลย อันนี้ไง ...

เขาก็ยกออกมา แล้วบอกว่า อันนี้ ยังไม่ได้ซ่อม รออะไหล่อยู่ เราก็ถามว่า ต้องเปลี่ยนอะไหล่อะไร ราคาเท่าไร เขาก็บอกว่า ยังไม่แน่ใจว่าเปลี่ยนแล้วจะใช้ได้ไหม ยังบอกราคาไม่ได้ เราก็ถามต่อว่า แล้วอีกเมื่อไร อะไหล่จะมา เขาก็บอกว่าอีก 3-4 วัน เราก็งง... งง... อะไรเนี่ย โอเค...งั้น ขอยกกลับแล้วกัน คงไม่ซ่อมแล้ว...

เขาก็เลยบอกว่า ถ้ายกกลับ ต้องจ่ายค่าบริการ 200 บาท ค่ายกเลิก เราก็ถามกลับว่า ตอนแรกบอกไม่มีค่าบริการ มีแต่ค่าซ่อม เขาก็บอกว่า ก็ต้องจ่ายค่ายกเลิก พูดเสียดัง น้ำเสียงไม่ดีด้วย เพื่อตัดปัญหาเราก็เลยจ่ายไป แล้วยกเครื่องออกมา ....

แล้วก็เลย ลองเอาเครื่องเขาไปให้ร้านติด ๆ กัน ชื่อร้าน VS ช่วยดูให้หน่อย เพราะเขาบอกว่าปรึกษาฟรี ไม่คิดค่าบริการ เขาดูสัก 5 นาที ก็แจ้งว่า ตัว soft มันเต็ม ต้องเซ็ตโปรแกรมใหม่ ราคาซ่อม 200 บาท ประมาณ 10 นาที เสร็จ ..... เราก็บอกว่า แน่ใจหรือ ให้ตรวจเช็กให้ดีนะ เพราะเพิ่งยกออกมาจากอีกร้าน (ที่ใหญ่กว่า) ว่ามันเสียมาก ต้องเปลี่ยนอะไหล่ .... เขาก็บอกว่า จะตรวจเช็กให้ สรุปก็เป็นแค่ที่ ตัวนี่ตัวเดียว ซ่อมเสร็จภายใน 10-20 นาที ยกกลับบ้าน

สรุปแล้ว ร้านแรกมันเป็นร้านอะไรเนี่ย ........... บริการ ห่วย ๆ โกหก หลอก ลวง ลูกค้าแบบนี้ เราต้องแจ้งใครอ่ะ ....... แล้วนอกจากเรา ใครจะโดนไปแล้วมั่งเนี่ย เขาจะรู้ตัวกันหรือเปล่า จะโดนหลอกลวงไปเรื่อ ๆ หรือ ร้านใหญ่โต คนมาซ่อมเยอะด้วย .... 

หากใครได้อ่านบทความนี้ อยากให้ระวัง และฝากเตือน เพื่อน ๆ ด้วยนะค่ะ ขอย่ำอีกครั้ง ชื่อร้าน B.K.PRINT  ..............  ที่ชั้น 5 เดอะมอลล์งามวงค์วานค่ะ...

วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2556

นกที่แพงที่สุด กะเต็นปักหลัก บางบาล อยุธยา

"นกที่แพงที่สุด กะเต็นปักหลัก บางบาล อยุธยา....." ใครฟัง ก็ต้องหัวเราะ ต้องสงสัยแน่นอน แพงยังไงเนี่ย อยุธยา ใกล้กรุงเทพแค่เนี่ย แถมเจ้ากะเต็นนามปักหลัก ก็พบเห็นได้ง่าย ๆ ที่บางบาล หรือที่อื่น ๆ ก็มีเยอะแยะ ไม่ใช่นกราคาแพง ไม่ใช่นกหายากแน่นอน แล้วทำไหม....เจ้าถึงบอกว่า "นกที่แพงที่สุด"...????? งง  งง ละซิ... . จะมาแจ้งแถลงไขให้ทราบ ในวันนี้ ลองติดตามอ่านกันต่อไปแล้วกันนะ... ^^ อิอิ...
-->
ณ กลางดึก คืนหนึ่ง ในความฝันมีอยู่ว่า ขณะขับรถอยู่ริมทาง สองข้างทางเป็น ท้องนา เขียวอุดมสมบูรณ์ นกบินไป บินมา เยอะมาก ทำให้มองเพลิน จนขับรถตกไปข้างทาง และรถก็ค่อย ๆ ดิ่งลงสู่น้ำ เล่นเอาตะเกียดตะกาย ขึ้นมาแถบไม่ทัน สะดุ้งตัวตกใจตื่น มองนาฬิกา เป็นเวลา ตี 5 แล้ว รีบอาบน้ำล้างหน้า แปรงฟัน วันนี้จะไปอยุธยา ...ไปหา เจ้ากะเต็นปักหลัก...ที่บางบาล

ตี 5 ครึ้งเดินทางออกจากบ้าน ไปขึ้นทางด่วนสายกาญจนาภิเษกที่ รามอินทรา เสียค่าทางด่วน 30 บาท และอีกด่าน 20 บาท เพื่อมาลงตรง บางปะอิน แล้ววิ่งตรงขึ้นไปอยุธยา จนถึงถนนสาย เลี่ยงเมืองอยุธยา สุพรรณบุรี แล้วมีแยกซ้ายมือเลี้ยงเข้าบางบาล วิ่งตรงไปประมาณ 4 กม. จะเจอะครัวมะนาว บ้านผู้ใหญ่สุนทร แต่ด้วยว่า แสงยังไม่มากนัก จึงตัดสินใจเลยไปที่วัดเก้าห้อง เพื่อดูจาบคาหัวเขียวก่อน เมื่อขับรถไปถึงหัวเก้าห้อง เลยเลี้ยวเข้าไปในวัด แล้วจอดรถเพื่อจะไปไหว้พระ เมื่อจอดรถแล้ว ได้ยินเสียงเจ้าโพระดกร้องเสียงดังมาก เลยเดินไปมองหามันก่อน ก็พบเกาะร้องเสียงดังอยู่ไม่ไกลนัก....
หน้าตา ก็ยังน่ารัก น่าชัง เหมือนเดิม ว่าแล้ว ก็รีบประกบกล้อง ถ่ายเก็บภาพมาให้ดูกันเสียหน่อยค่ะ

ถัดไปอีกต้น เจ้าพญาไฟ 3 ตัว บินโฉบกิ่งไปกิ่งมา จับภาพไม่ทัน จึงได้มาแบบไกล ๆ หน่อยนะค่ะ

นอกจากนั้นก็ยังมีเจ้าบังรอก นกกางเขน เจ้าแซงแซวหางปลา บินไปมาให้ได้ชมกันอีก ยืนดูนกได้สักพัก หันไป เจอะเจ้าจับแมลงคอสีแดง ออกมาใกล้ ๆ เหน่ง ๆ ก็เลยต้องถ่ายมาให้ชมภาพความน่ารักกันเสียหน่อย...
เป็นตัวผู้เสียด้วย คอแดงชัดเจน ในช่วงฤดูผสมพันธู์ หลักจากนั่น ก็ได้ยินเสียงร้องดังมาก ของเจ้านกหัวขวานลายหัวแดง มองหาเท่าไรก็หาตัวไม่เจอะ จนกระทั่งมันบินออกมา แล้วก็บินไป เสียดายมาก ๆ

แสงแดดเริ่มออกแล้ว จะไปดู จาบคาหัวเขียว หน่อย กลับมาที่รถ ปรากฏรถสตาร์ดไม่ติด อ้าว ....ตายแล้วเรา ทำอย่างไรดี พอพีมีพระเดินผ่านมา เลยขอให้หลวงพี่ช่วย หลวงพี่ก็แสนดี โทรตาม คนขับรถตู้ที่วัดให้มาช่วยดูรถให้หน่อย แต่มาแล้ว ก็หาสาเหตุไม่ได้ ชาวบ้านที่มาทำบุญที่วัดก็มาช่วยดู ฟิวส์ให้ว่าขาดหรือเปล่า ช่วยเข็นรถให้ ก็สตาร์ดไม่ติด ทำยังไงก็ไม่ได้

เราจึงโทรหา ผู้ใหญ่สุนทร ที่ครัวมะนาว ให้มาช่วย มาผู้ใหญ่ก็เลยขับรถมาดู แล้วลากรถเรากลับไปที่ครัวมะนาว โทรตามหาช่างมาดูรถให้ ทางลูกชายผู้ใหญ่ ก็มาช่วยตรวจดูฟิวส์รถทั้งหมด ก็ไม่ขาด ผู้ใหญ่ให้เราไปดูนกกะเต็นปักหลักก่อน ฆ่าเวลา ขณะช่วยตามหาช่างให้ โทรไปหาคน ก็ไม่มีช่างมาให้เลย

ส่วนตัวเรา ก็เลย ต้องไปดู เจ้าปักหลักก่อน เพราะเป้าหมายที่มาคือ มาดูเจ้า กะเต็นปักหลัก...เนี่ยหน่า... ต้องทำภาระกิจให้สมบูรณ์

และแล้ว ก็ไม่ผิดหวัง เพราะความน่ารักของมันมากมาย เสียเหลือเกิน
 ที่หลังบ้านผู้ใหญ่ เป็นแหล่งดูเจ้าปักหลักจริง ๆ มีการทำบังไพรไว้เรียบร้อย มีร่องรอยการใช้งานมากมายเสียด้วย
 เจ้าปักหลัก ก็มาตามนัด ส่งเสีย ร้องตลอดเวลา
 มาทั้งตัวผู้ ตัวเมีย ตัวไหนเป็นตัวผู้ ตัวไหนเป็นตัวเมีย รู้ไหมเอ๋ย.....
 ทั้งเสียงร้อง ทั้งหน้าตา ทั้งลีลาก็น่ารัก ทำเอา คลายกังวลเรื่องรถไปเสียสนิทใจ เพลินตา เพลินใจ อยู่กับเจ้าปักหลัก
จนเวลาล่วงเลยไป เข้า 11  โมง กว่า เสียงโทรศัพท์ ก็ดังขึ้น จากผู้ใหญ่สุนทร เรียกให้กลับมาดูรถ

ได้ความว่า ไม่มีช่างมาดูให้ จะทำอย่างไร ให้ทิ้งรถไว้ไหม แล้วค่อยหาช่างมาซ่อม เราจึงต้องเปิดค้นหาข้อมูลช่างซ่อมรถที่ บางบาลใน google กูรู ผู้รู้ทุกเรื่อง ช่วย ได้เบอร์ช่างซ่อมรถในบางบาล มา จึงจะรบกวนให้ผุ้ใหญ่ช่วยลากรถไปที่อู่ให้หน่อย แต่ทางผู้ใหญ่สุนทร ไม่สะดวก แนะนำให้เราจ้างรถยกมายกเข้าอู่ ดีกว่า และช่วยโทรตามรถยกให้

สักพัก รถยกก็มา ช่วยยกเข้าอู่ โดย แนะนำให้ไปอู่ซ่อมรถที่เขารู้จัก จะได้ให้ซ่อมทันที สามารถกลับบ้านได้วันนี้ จึงตกลง ให้ยกรถไปที่อู่นั้น โดยค่ายกรถ ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร จากครัวมะนาว (แพงมากหลักพัน)  หลังจากนั้น ก็มาถึงอู่ติดถนน เก่า ๆ อู่หนึ่ง ดีว่าอยู่ติดถนน ถ้าอยู่ห่างจากถนน เราก็ไม่กล้าเข้าไป เพราะอู่เก่า และน่ากลัวมาก...

ช่างมาสอบถามอาการ และตรวจหาสาเหตุ นานมาก เราก็พยายามจะให้ช่างคุยกับช่างรถที่ซ่อมรถเราประจำ เพื่อจะได้ข้อมูล และตำแหน่งของไดรส์สตารด์ หรืออื่น ๆ แต่ช่างก็ไม่ยอมคุย... แปลกจริงๆ  ...

หาสาเหตุนานกว่า 1 ชั่วโมง ก็ยังไม่พบ เราเลยโทรหาช่างประจำ เล่าอาการให้ช่างฟัง แล้วช่าง ก็แนะนำให้ลองเคาะไดรสสตาร์สดู หรือต่อตรงดู ช่างที่ซ่อม ก็ยังไม่ยอมทำ จนในที่สุดก็ ไปตัดเอาสายไฟขนาดใหญ่มาพันกับแบตเตอรี่ แล้วไปจี้ กับไดรส์สตาร์ เราไม่รู้เรียกว่าต่อตรงหรือเปล่า แต่พอลองสตาร์สมันติดอ่ะ ดีใจมากๆ เลย เพราะเวลานี้ ก็เข้า บ่ายโมงแล้ว กลัวว่าจะไม่ได้กลับบ้าน ช่างซ่อมก็บอกว่า รู้สาเหตุแล้ว รออีก 40 นาที ก็เสร็จ ให้เราเดินเล่น หรือไปกินอะไรก่อนก็ได้

--> เราก็เลยบอกว่า จะเดินเล่นอยู่แถวนี้แล้วกัน เดินไปเดินมา หานกดู ก็เจอะเจ้าบังรอก หางยาว บินข้ามไปแล้วก็มุด ๆ เร็วมาก ๆ เห็นหางไหว ๆ อยู่ จึงเดินไปเรื่อย ๆ อีก จนถึง 30 นาที ก็เดินกลับมา ปรากฏรถซ่อมจะเสร็จแล้ว กำลังประกอบอยู่ ก็เลยมายืนดู เมื่อเสร็จแล้ว ก็สอบถามค่าซ่อม อึ้งไปนิด...ราคานี่หรอ... งั้นขอไปกดตังค์หน่อย ไม่ได้เอามา เลยต้องไปกดเงินจ่ายค่าซ่อม ซึ่งหลังจากขับรถกลับมา ก็เลยเอาไปหาช่างประจำ ช่างตรวจดู แล้วแจ้งว่า สายไฟที่ต่อกับ ไดส์สตารส์มันขาด เขาคงเปลี่ยนให้ใหม่ แล้วซ่อมไปเท่าไร พอเราบอกราคา ช่างก็บอกว่า ถูกหลอกแล้วแหละ จริง ๆ ไม่มีอะไรมาก เราก็เลยถามค่ายกรถ ปกติราคาประมาณเท่าไร เขาก็บอกว่า เริ่มต้นที่ 500 บาท แต่เราเสียไปเป็นพัน

555 นับว่า เป็นการไปดูนก ที่ราคาแพงมาก ๆ จดจำไว้นะ เจ้ากะเต็นปักหลัก เจ้านกราคาแพง ของฉัน....

วันอังคารที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2556

ดูนกด้วยกล้อง Canon Powershot SX40HS ที่แม่วงก์

โปรแกรมดูนกประจำเดือนมีนาคม 2556 ของสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย คือ ดูนก 2 วัน 1 คืน ที่แม่วงก์ ช่องเย็น นกเยอะมาก ตามคำบอกเล่า หรือ Build โดย พี่วุธ ผู้จัดทริปดูนกประจำสมาคม..

นกไฮไลท์ที่ช่องเย็น ที่จะไปดูกัน คือ นกเงือกคอแดง ภูหงอนพม่า นกแว่น นกกระทาคอสีแสด และอื่น ๆ ล้วนเรียกความสนใจ ทำให้ต้องตัดสินใจร่วมเดินทางด้วยจนได้ค่ะ

การเดินทางออกคืนวันศุกร์ ไปถึงตี 4 ที่ทางเข้าอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ต้องจอดรถนอนรอเจ้าหน้าที่เปิดด่าน กว่าจะมาก็ 7 โมงเช้า เพราะมีคนไปตามให้ ทำให้ขึ้นไปถึงที่ช่องเย็นเกือบ 8.30 แล้ว เมื่อลงรถ ก็ได้ยินเสียงร้องมาอย่างดัง ของเจ้านกเงือกคอแดง บินผ่านมา... ความตื่นเต้น ก็ความไวของช่างกล้องแต่ละคนก็ยิงกันคนละหลาย ๆ shot แต่เราถ่ายไม่ได้ค่ะ
-->
เมื่อเป็นนกบิน ความสามารถของเจ้ากล้อง Powershot SX40 HS ก็ไม่ค่อยสามารถจับภาพได้ (ลิขสิทธิ์ภาพนี้เป็นของ คุณพรชัย จากกล้อง Nikon ค่ะ)

หลังจากนั้น เจ้านกปรอดหัวตาขาว ก็มาต้อนรับ เยอะแยะไปหมด พบได้ตลอดทั้งทริปเลยค่ะ

ทั้งลีลา หน้าตา น่ารัก และพบได้บ่อย ทำให้เราต้องถ่ายรูปเจ้าตัวเนี่ยมาหลายต่อหลายภาพค่ะ ความธรรมดาของมัน แต่มันไม่ธรรมดา เพราะความน่ารักนะค่ะ...

หลังจากนั้น เจ้ากะรองทองก็บินเข้ามา กระโดดไปกระโดดมา จับภาพได้ยากมาก ๆ ค่ะ สำหรับกล้องที่มีความเร็วในการถ่ายน้อยอย่าง กล้อง Powershot SX40HS นี้ จึงได้ภาพมาแบบนี้


ภาพนี้มีปัญหา คือ เจ้ากล้อง canon powershot sx40hs จะถ่ายได้ไม่ค่อยดี ในสภาพแสงน้อย และวัตถุที่เคลื่อนไหวเร็ว แต่เท่าที่ได้ ก็พอใช้ได้นะค่ะ

ส่วนเจ้านกที่พบบ่อยอีกตัว คือ เจ้ากระเบื้องผา ที่ชอบเกาะตัวนิ่ง ๆ อยู่บนหลังคาบ้าน บนยอดไม้
 เจ้ากระเบื้องผา เกาะอยู่บนหลังคาบ้านพัก นาน ๆ ถ่ายแล้วถ่ายอีก จนเบื่อ
ส่วนเจ้าตัวเนี่ย ก็เกาะอยู่บนยอดไม้ไกลริบ ๆ ต้องปีนขึ้นไปบนยอดเขา เพื่อถ่ายมัน แสงแรงไปหน่อย เพราะลืมไปตั้ง ISO 1600 ค่ะ

นอกจากนกแล้ว ช่องเย็น ยังขึ้นชื่อว่า ตัวคุ่น เยอะมาก ๆ มาครั้งแรก เยอะจริง ๆ ค่ะ มันบินตอมตลอดเวลา ที่อยู่ตรงช่องเย็น แต่ละคนโดนกัดกันท้วนหน้า ยาทากันยุงก็เอาไม่อยู่ ตัวเองก็โดนที่ขา แขน และใบหน้ามา ทั้ง ๆ ที่ใส่แขนยาว ขายาวแล้ว มันยังสามารถลอดช่องเข้ามาได้ค่ะ... คนที่แพ้ก็จะมีอาการบวมแดง และคันมาก ๆ มีน้องคนหนึ่ง ถึงขนาดเป็นไข้เลยค่ะ น่ากลัวมาก ๆ ค่ะ

แต่ด้วยความที่นกเยอะ ทำให้ความกลัวต่อตัวคุ่นลดลง ยังคงมุ่งมั่นในการเดินดูนกต่อไปค่ะ
มาดูกันต่อดีกว่า ว่าเจ้า กล้อง canon powershot SX40HS จะถ่ายอะไรได้บ้างค่ะ
 ภาพวิวบนยอดดอย ภูสวรรค์ จุดสูงสุดของ อช.แม่วงก์ค่ะ สวยมาก ๆ ค่ะ
 บรรยากาศระหว่างเดินขึ้นไป เป็นช่วงเวลายามเช้าค่ะ
 ถึงกล้องไม่เร็วนัก แต่เจ้านกเล็ก ๆ ที่โดดไปโดดมา บ้างค่ะ ถ้าแสงได้ ต้นไม้ไม่รกมาก ก็ได้ถ่ายนะค่ะ ถึงไม่ค่อยชัดนัก
 ส่วนเจ้ากะทาคอสีแสด ตัวเนี่ย ก็เป็นนกไฮไลท์ ของแม่วงก์ เหมือนกันนะค่ะ หากินตามพื้น ต้องนั่งรอเฉย ๆ ตรงจุดเส้นทางที่เขาหากิน ก็จะได้พบค่ะ
 ส่วนเจ้านกเขนน้ำเงินหางขาวเนี่ย ถ่ายไม่ยาก แต่ด้วยแสงที่มืด ทำให้ดัน ISO สุงสุด 3200 ภาพจึงมี Noise เยอะมากค่ะ และไม่ค่อยคมชัด ภาพเนี่ย ชัดสุดแล้วค่ะ

 ส่วนเจ้าตั้งล้อ ก็อยู่ไกล ๆ ค่ะ แต่ยังโชคดีที่เป็นนกที่มีลักษณะเฉพาะ ทำให้สามารถไอเดนได้อย่างง่าย ๆ ค่ะ
 ส่วนภาพนี่ เห็นนกปรอดหัวตาขาว กันไหมค่ะ อยู่ตรงไหนเอ่ย.....
 เจ้าจับแมลงคอสีเทา ก็มาเล่นน้ำค่ะ แสงน้อยมาก ถ่ายตอนเล่นน้ำ ได้แต่ภาพสั่นไหว จึงได้ภาพดี ๆ มาแค่ 1 ภาพค่ะ
ตัวเนี่ย ภูมิใจนำเสนอมากค่ะ เจ้านกภูหงอนพม่า ที่น่ารัก สองตัว มาเล่นน้ำกัน และแสงเพียงพอ ทำให้จับภาพมาได้หลายภาพค่ะ น่ารักเกินบรรยายค่ะ
 ส่วนเจ้าเอี้ยงถ้ำตัวเนี่ย แสงน้อยมาก ทำให้ขนที่ต้องเป็นสีน้ำเงินเข้ม กลายเป็นสีดำ สีเพี้ยนมาก ๆ ค่ะ ทั้ง ๆ ที่มาอยู่ใกล้ ๆ ถ้าไม่ได้เห็นตัวเป็น ๆ คงไอเด็นผิดแน่ ๆ ค่ะ

ส่วนนกที่คล้ายไก่ และนกยูง ตัวเนี่ย ชื่อ เจ้านกแว่นหลังเทาค่ะ ตัวใหญ่ หาตัวยาก แต่นับว่าเป็นโชคดีที่ได้มาค่ะ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในบังไพร แต่โชคดีที่เขาเดินมาหากินแถวนี้ ทำให้เราได้พบกัน และเป็นยามบ่าย ที่มีแสงเพียงพอ จึงถ่ายมาได้อย่างน่ารักมาก ๆ ค่ะ

เห็นไหมค่ะ เจ้ากล้อง canon powershot SX40HS ตัวเล็ก ๆ ข้อจำกัดเยอะแยะ แต่ก็ยังสามารถถ่ายนกมาได้ ถึงคุณภาพของภาพจะสูงกล้องเลนส์ กล้องใหญ่ ๆ ไม่ได้ แต่ถ้าเรามีความสุข สนุกกับการดูนก พบนกที่น่ารัก และเก็บภาพมันมาเป็นที่ระลึก เราก็จะมีความสุข กับกล้องนี้ ไม่แพ้กล้องใหญ่ ๆ หรือกล้องเลนส์นะค่ะ


วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2556

Bird Walk ดูนกในเมือง กับสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย

Bird Walk เป็นหนึ่งในกิจกรรมดูนก ของสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย ที่จัดขึ้นทุกสัปดาห์ที่ 1 ของทุกเดือน วันเสาร์ที่สวนรถไฟ จัตุจักร วันอาทิตย์ที่สวนหลวงร.9 และอาทิตย์ที่สอง วันเสาร์ที่สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต

กิจกรรมนี้ เป็นกิจกรรมที่เน้นส่งเสริมให้สมาชิก และเยาวชนรุ่นใหม่ ให้ความสนใจกับธรรมชาติ และปลูกจิตสำนึกในการรักษ์นก รักษ์ธรรมชาติ เพื่อจะให้กันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไว้

การเข้าร่วมกิจกรรม Bird Walk ที่สวนรถไฟครั้งนี้ (วันเสาร์ที่ 2 มีนาคม 2556) ได้มีการชักชวนกัน ผ่านสื่อ Facebook ทำให้เราเกิดความสนใจ อยากไปร่วมกิจกรรม จึงได้สอบถามผ่านทาง facebook ของ bcst สมาคม เพื่อสอบถามเวลา และสถานที่นัดพบ
-->
มาถึงจุดนัดพบเวลา 7.00 น. ตรงเวลา ยังไม่พบใคร รอสักพักเจ้าหน้าที่ อาสาสมัครของสมาคมก็มา และมีสมาชิกตามมาอีกจำนวนหนึ่ง และมีเด็ก ๆ มาดูนกอีกหลายคน

วันนี้อากาศดี ไม่ร้อนมาก แดดไม่แรง เริ่มต้นเดิน ก็พบนกกางเขนบ้าน นกอีแพรดแถบอกดำ นกกิ้งโครง นกเอี้ยงสาลิกา นกเอี้ยงหงอน

และก็เริ่มเห็นนกอพยบ เจ้า นกกะเต็นน้อยธรรมดา ต่อมาในบ่อเดียวกัน ก็มีเจ้านกกะเต็นหัวดำ เกาะอยู่ เพื่อจะโฉบลงไปจับอาหาร แต่เกาะอยู่ไม่นาน เจ้านกตะขาบทุ่งก็บินมาไล่ที่ และโฉบไปจับอาหารมากินเอง (แย่งอาหารกันเสียแล้ว แสดงว่าเป็นทำเลทอง การทำมาหากิน...)


เดินต่อไป ก็มีฝูงเจ้าตีทองบินมาเกาะบนยอดไม้ หลายตัว และมีเจ้ากาเหว่าตัวผู้ บินไปบินมา
เมื่อมาถึงบ่อบัว ขนาดใหญ่ ก็เห็นเจ้านกกระจอกใหญ่ ตัวผู้ หากินริมบ่อ ถัดไปมีเจ้าอีวาบตั๊กแตนตัวผู้บินโฉบอยู่บนใบบัว แล้วก็บินมาเกาะกิ่งใกล้ ๆ ระยะไม่เกิน 3 เมตร


เล่นเอา ปรับกล้อง กันไม่ทัน ระยะใกล้มาก ๆ แต่ก็ยังถ่ายมาได้แค่เนี่ยค่ะ

เดินถัดไปอีกนิด ก็พบ เจ้าอีวาบตั๊กแตน ตัวเมีย ตัวจะลาย ๆ แต่ถ่ายไม่ทัน เสียดายมันบินข้ามน้ำไปอีกฝั่งหนึ่ง

เดินวนรอบบ่อบัว ก็มีนกมาให้ชมเรื่อย ๆ แต่อยู่ยอดไม้ทั้งน้าน เลยไม่ได้ถ่ายรูปมาค่ะ

วันนี้เจอะเจ้า อีวาบตั๊กแตน ออกมาโชว์ตัว หลายต่อหลายรอบ

อีกทั้ง ยางกรอก ยางจีน ยางชวา หลายตัว ที่ทุ่งหญ้า และริมน้ำ

เจ้าปากห่าง ก็เยอะมาก ๆ

บ่อฝั่งตรงข้าม ก็เห็นเจ้า กะเต็นน้อยธรรมดา บินมาโฉบปลา แล้วเกาะ พยายามส่องมอง สักพัก ก็บินหนีไป ...เสียดายจริงๆ  เจ้าตัวเนี่ย เล่นตัวมาก ๆ

ถัดไป ก็เห็นเจ้าขมิ้นท้ายทอยดำ บินโฉบผ่านไป หลายตัว และก็มีมาเกาะบนต้นไม้ เหนือหัวสองตัว พยายามจะถ่าย และได้มาแบบนี้ค่ะ

เสียงร้องดังมาก ๆ สีเหลืองสด แถบตาดำ แหมชัดเจน ไม่ผิดตัวแน่นอนค่ะ อ้าว ๆ ตัวอะไรโฉบมาบินเกาะกิ่งอยู่เหนือหัว โห...ระยะประชิด เจ้าจับแมลงสีน้ำตาล AFB อาหารจานโปรดมาถึงที่ ก็ต้องยกซดกันหน่อย ได้มาแบบ ประชิดตัวแบบเนี่ยค่ะ
ไม่ได้ crop ย่ออย่างเดียว ใกล้ประมาณเนี่ย ชัดเจนเปลี่ยน กะเดินไปหาเจ้า นกกางเขนดง หน่อย หาไม่เจอะวันนี้ ก็เห็นเจ้าจับแมลงตัวเดิมหรือเปล่าไม่รู้ แต่รู้อยู่ที่เดิม ที่เคย ๆ เลยถ่ายมาเป็นหลักฐานเหมือนเดิม
ถัดมา เจอะเจ้ากินปลีตัวเมีย เกาะดอกไม้อยู่ ใกล้ ๆ กัน ก็มีเจ้ากระติ๊ดขี้หมู กำลังกินดอกหญ้าอยู่เป็นฝูง เชียว


ยืนดู กระติ๊ดขี้หมูไม่นาน เจ้ากระจิบหญ้าสีเรียบ ก็กระโดดออกมาจากพงหญ้า เลยเก็บมาได้อีกตัว

เก็บมานกสวน นกในเมือง ธรรมดา ก็อย่าลืม เจ้านกปรอดสวนด้วย มีคนบอกเลย เก็บภาพมาสักใบ
ดูแต่นก อย่าลืมดูสัตว์ตัวอื่น ๆ ด้วย พูดแล้ว ก็เห็นเจ้ากิ่งก่าตัวสวย โชว์หัวมาหลังกิ่งไม้ใหญ่..

หน้ามันง่วงเชียว เสียงพวกเรา ทำให้มันตื่นหรือเปล่าเนี่ย...
เดินกันตั้งแต่ 7.30 น. ถึง 10.30 น. เริ่มหิวแล้ว เลยขอตัวไปหาข้าวกินก่อน ไว้คราวหน้าจะมาร่วมกิจกรรมใหม่ บอกลาเจ้าหน้าที่ และพี่  ๆ น้อง ๆ เด็ก ๆ กลับบ้านแล้วนะค่ะ บาย....

คราวหน้าจะมาใหม่ Bird Walk ...............